ครั้ง…”
คนๆ นี้ต่อหน้านางกลับทำตัวไร้ยางอายจนเป็นนิสัย
นางหน้าด้านไม่เท่าเขาจริงๆ
เจียงเซี่ยนอดที่จะแอบด่าหลี่เชียนในใจสักสองสามคำไม่ได้
นางโกรธมาก ทว่าไม่ว่าอย่างไรนางก็เคยเป็นไทเฮาที่ว่าราชการหลังม่านหลายปี ไม่เหมือนกับตอนนั้นที่เป็นฮองเฮา พออารมณ์มาแล้วใครก็ขวางไม่อยู่ทั้งนั้น เวลานี้นางก็รู้เช่นกันว่ายิ่งเจอเรื่องราวก็ยิ่งต้องใจเย็น
อารมณ์ของนางมาเร็ว ไปก็เร็วเช่นกัน ไม่นานนางก็เริ่มคาดการณ์ว่าใครกำลังช่วยหลี่เชียน
หลังจากนั้นนางคิดได้ว่าจุดยืนของทั้งสองคนแตกต่างกัน จะมีความคิดต่างกันก็เป็นเรื่องปกติ จึงไม่ค่อยโกรธหลี่เชียนแล้ว
แค่รู้สึกเบื่อเล็กน้อย และขี้เกียจจนไม่มีอารมณ์ไปทำอย่างอื่น
คิดไม่ถึงว่านางเพิ่งจะกดน้ำเต้าแห่งความโกรธแค้นในใจตนเองลงไป เขากลับรนหาที่ตายด้วยการวิ่งมาตรงหน้านางและเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาอีก แถมยังบอกนางว่าเขาบอกไม่ได้ด้วยท่าทางเหมือนสารภาพอย่างตรงไปตรงมา ทว่าความจริงแล้วมีเจตนาร้ายแอบแฝง
เหมือนเหล่าขุนนางใหญ่ในราชสำนักในชาติก่อนตอบตอนนั้น
ความโกรธที่เดิมทีหยุดไปแล้วของนางจึงถูกเขากระตุ้นขึ้นมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้
เจียงเซี่ยนตอบโต้เขาอย่างเจ็บแสบ
แต่เรื่องราวยังคงเหมือนชาติก่อน คนๆ นั้นอยากหนีคำถามนี้ จึงเริ่มพูดจาอ้อมค้อมกับนาง
แล้วนางจะให้เขาสมปรารถนาได้อย่างไร?!
“ให้แม่ทัพใหญ่หลี่ที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังในอนาคตขอโทษข้า ข้าไม่กล้ารับหรอก” นางเลิกคิ้วพ