็มอิ่มของฝางจื่อชิงจะปิดบังรอยย่นตรงหางตาไม่ได้ ทว่าสีหน้ากลับอ่อนโยน งดงาม และเยือกเย็น
“บนหน้าของหม่อมฉันมีอะไรผิดปกติหรือเพคะ?” ฝางจื่อชิงที่รู้สึกถึงสายตาของไทฮองไทเฮาเงยหน้าอย่างไม่เข้าใจ และลูบแก้มกับผมของตนเอง
“เปล่า เปล่า” ไทฮองไทเฮาส่งแว่นสายตายาวให้เมิ่งฟางหลิงที่กำลังคัดลอกรายการสินเดิมอยู่ข้างกาย และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “นี่เป็นทรัพย์สินครึ่งหนึ่งในจวนเจิ้นกั๋วกงของพวกเจ้าใช่หรือไม่? นี่ต้องเป็นความคิดของเจิ้นกั๋วกงอย่างแน่นอน แต่หากเจ้าไม่เห็นด้วย เขาก็ไม่อาจตัดสินใจเช่นนี้ได้เช่นกัน” นางเอ่ยพลางจับมือของฝางจื่อชิง และตบหลังมือของฝางจื่อชิง แล้วเอ่ยว่า “เจ้าใจดีมาก! ใจดีมาก!”
ฝางจื่อชิงก้มหน้าอย่างลำบากใจ
ทว่าไทฮองไทเฮากลับเอ่ยว่า “พวกเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องตามใจนางแบบนี้เช่นกัน บางครั้ง…เงินทองต่างหากที่เป็น ต้นเหตุของหายนะและก่อให้เกิดเรื่องขึ้น เดี๋ยวฟางหลิงคัดลอกรายการเสร็จแล้ว ข้าเลือกสองสามอย่างเป็นสินเดิมให้เป่าหนิงก็พอแล้ว อย่างอื่นพวกเจ้าเก็บไว้ให้อาลวี่ดีกว่า…”
ฝางจื่อชิงร้อนใจขึ้นมา ยังอยากพูดอะไรบางอย่าง ไทฮองไทเฮาก็โบกมือให้นาง ส่งสัญญาณให้นางว่าไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว และเอ่ยว่า “หากพวกเจ้ารู้สึกไม่สบายใจ ไว้เหลนชายของข้าเกิดแล้ว พวกเจ้าค่อยทำให้เป่าหนิง”
ถึงเวลานั้นนางต้องไม่อยู่แล้วอย่างแน่นอน เป่าหนิงก็ยิ่งจำเป็นต้องพึ่งพาจวนเจิ้นกั๋วกง ไปมาหาสู่กันแบบนี้ ไม่ว