่าต่อไปเป่าหนิงจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีใครกล้าเมินนางทั้งนั้น
ฝางจื่อชิงเข้าใจเจตนาของไทฮองไทเฮา นางเพิ่มและลดสินเดิมของเจียงเซี่ยนตามความต้องการของไทฮองไทเฮา จนวันรุ่งขึ้นที่ออกจากวังตานางยังลายอยู่เลย
นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มและเอ่ยกับแม่นมคนสนิทที่อยู่ข้างกายว่า “ข้าว่าข้าก็ต้องสวมแว่นตาแบบไทฮองไทเฮาแล้วเหมือนกัน!”
แม่นมคนนี้ตระกูลสามีแซ่หลี เดิมเป็นสาวใช้ที่เป็นสินเดิมของฝางจื่อชิง ตอนหลังแต่งงานกับคนรับใช้ที่สืบทอดตำแหน่งพ่อบ้านของตระกูลเจียงมาหลายรุ่น ทุกคนจึงเปลี่ยนคำเรียกแล้ว ตอนสาวๆ เรียกว่าซ้อใหญ่หลี เวลานี้เรียกว่าแม่นมหลีแล้ว
นางได้ยินก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ถึงแม้แว่นตาจะเป็นของหายาก และข้าก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก แต่ข้าได้ยินคนในวังบอกว่า ของชิ้นนี้เป็นของที่แคว้นทางตะวันตกส่งบรรณาการมา เช่นนั้นก็ต้องผ่านกองการค้าต่างประเทศทางทะเล จวนจิ้งไห่โหวอยู่ฝูเจี้ยน แว่นตาคู่หนึ่ง…ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของซื่อจื่อไม่ใช่หรือ!”
ราชสำนักมีกองการค้าต่างประเทศทางทะเลอยู่สามแห่ง ในนั้นก็มีแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่เมืองฝูมณฑลฝูเจี้ยน
เป็นพื้นที่ที่ขึ้นตรงต่อจวนจิ้งไห่โหวพอดี
หากเรื่องราวง่ายแบบนี้ได้ก็ดี
เรื่องที่เจียงเซี่ยนหายตัวไป ฝางจื่อชิงไม่บอกแม้กระทั่งแม่นมหลี
นางอ้ำๆ อึ้งๆ และข้ามเรื่องนี้ไป ทว่าพอกลับไปกลับพบว่าเจียงเจิ้นหยวนอยู่จวน ไม่ได้ไปกองบัญชาการห้าทัพ
นี่เป็นภาพที่พบเห็นได้น้อยม