ว แต่ก็ยังไม่มีเบาะแสแม้แต่น้อย ท่านพี่อาลวี่บอกว่า เวลานี้จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากเกาหลิ่งแล้ว ดูสิว่าจะได้รู้อะไรจากเขาบ้างหรือไม่ ส่วนซื่อจื่อจิ้งไห่โหวก็ไปหาซุนเต๋อกงแล้ว” พอเอ่ยถึงตรงนี้ เจียงหานก็ชะงักไปเล็กน้อย “แล้วก็เฉิงเอินกง…ยุ่งมาก แต่ก็ยังไปหาซุนเต๋อกงเป็นเพื่อนซื่อจื่อจิ้งไห่โหว…”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือ เดี๋ยวถ้าเจอเฉาเซวียนก็เกรงใจเขาหน่อย ถึงอย่างไรเขาก็กำลังช่วยพวกเขาอยู่
ทว่าฝางจื่อชิงกลับกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ นางได้ยินแล้วก็พยักหน้าส่งๆ และปรึกษากับเจียงหานอย่างตัดสินใจไม่ได้ว่า “ข้าว่าเรื่องนี้ก็ยังต้องบอกท่านกั๋วกงอยู่ดี เด็กอย่างพวกเจ้ามีวิถีทางของตนเอง แน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องดี แต่เรื่องของเป่าหนิงจะเกิดผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ยิ่งหานางเจอเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี ท่านกั๋วกงมีช่องทางมากกว่าพวกเจ้า”
เจียงหานก็คิดแบบนี้เหมือนกัน “หากคืนนี้มีข่าวแล้ว ไม่ทำให้คนอื่นตกใจได้ ก็ย่อมไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว ทว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีข่าวเลย ข้าคิดว่าควรขอให้ท่านกั๋วกงคิดหาทางดีกว่า”
ฝางจื่อชิงเห็นเจียงหานก็คิดแบบนี้เหมือนกัน จึงส่งคนไปเรียกเจียงเจิ้นหยวนกลับมาจากกองบัญชาการห้าทัพทันที
ตั้งแต่เจียงเจิ้นหยวนแต่งงานกับฝางจื่อชิงมา นี่เป็นครั้งที่สามที่เขาถูกฝางจื่อชิงเรียกกลับมาตอนเข้าเวร
ครั้งแรกคืออดีตกั๋วกงแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงเสียชีวิต
ครั้งที่สองคือเจียงเจิ้นอิงเส