ชิงเข้าวังเช่นกัน
อ้างว่าเจียงเซี่ยนอยู่จวนเจิ้นกั๋วกง และปิดข่าวที่เจียงเซี่ยนหายตัวไปกับไทฮองไทเฮาไว้ก่อน
ฝางจื่อชิงรีบยิ้มพลางขานรับ แล้วลุกขึ้นบอกลา และออกจากวังหลังทางประตูเสินอู่
คนที่รอนางอยู่หน้าประตูเสินอู่คือเจียงหาน
ฝางจื่อชิงเห็นเขา สีหน้าที่ตีหน้าขรึมต่อหน้าไทฮองไทเฮาอย่างยากลำบากก็ตีหน้าขรึมไม่ไหวอีกแล้ว และพังลงในชั่วพริบตา นางถามว่า “อาลวี่ล่ะ? ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?”
เจียงหานหน้าตานอบน้อมมาก และเอ่ยว่า “พี่ใหญ่กับอาจ้านไปหาเกาหลิ่งแล้ว เขากลัวว่าทางท่านป้าจะไม่มีคนดูแล จึงให้ข้ามารับท่านขอรับ”
ดูเหมือนเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว จวนเจิ้นกั๋วกงต่างรู้กันหมดแล้ว
ฝางจื่อชิงให้เจียงหานประคองตนเองขึ้นรถม้า พลางถามเขาว่า “อาลวี่บอกพวกเจ้าว่าอย่างไร?”
“ก็ไม่ได้บอกอะไรเช่นกันขอรับ” เจียงหานเอ่ย “ท่านพี่อาลวี่บอกว่า คนไม่พอ ให้ข้ามาช่วย ท่านพ่อของข้ายังไม่รู้เลย”
ทีนี้ฝางจื่อชิงก็วางใจแล้ว นางนั่งในรถม้าเรียบร้อยแล้วก็เอ่ยว่า “มีข่าวจากทางฝ่าบาทหรือไม่?”
“ไม่มีขอรับ” เจียงหานก็ขึ้นรถม้าตามไปด้วยเช่นกัน สีหน้าผิดหวังอย่างยากที่จะปิดบัง และเอ่ยว่า “เมื่อวานท่านพี่อาจ้านกลับเมืองหลวง เร่งเดินทางไม่หยุด สุดท้ายก็ยังไม่ทันเวลาอยู่ดี จึงถูกขังอยู่นอกประตูเมือง และจำเป็นต้องรออยู่นอกประตูเมืองหนึ่งคืน พอประตูเมืองเปิดก็เข้าเมืองทันที ปรากฏว่าสิ่งที่ควรตรวจสอบก็ตรวจสอบหมดแล้