ประดิษฐ์หลอมใหม่อีกครั้ง และทำแบบใหม่”
ฝางจื่อชิงได้ยินก็รู้ว่าเป็นเครื่องประดับเงินและทอง
ไทฮองไทเฮาอยู่ในวังมาเกือบสามสิบปีแล้ว นางผ่านมาสามรัชสมัย จึงมีของดีมากมาย
ฝางจื่อชิงอยากไปดูมาก แต่นึกถึงคำสั่งที่ลูกชายขอให้นางเข้าวัง ก็จำเป็นต้องยับยั้งความอยากรู้อยากเห็นในใจเอาไว้ และเอ่ยว่า “ของที่ไทฮองไทเฮาทรงเลือกมีของที่ไม่ดีด้วยหรือเพคะ? วันนี้สายแล้ว หม่อมฉันจึงต้องออกจากวังแล้ว ไว้วันหลังหม่อมฉันค่อยมาปรึกษากับไทฮองไทเฮาอย่างละเอียด หม่อมฉันจะนำรายการสินเดิมที่ทางหม่อมฉันเตรียมให้เป่าหนิงมาให้ไทฮองไทเฮาทอดพระเนตรและตัดสินพระทัยด้วย”
ด้วยกฎในวัง ตามปกติขุนนางที่เข้าวังมาเข้าเฝ้าจะออกจากวังก่อนยามอู่ ส่วนคนที่อยู่รับประทานอาหารนั้น กลางยามเซินก็ต้องออกจากวัง หากสายกว่านี้ ในวังก็จะลั่นดาล เมืองหลวงก็จะสั่งห้าม และจะเดินทางลำบาก
ไทฮองไทเฮาได้ยินแล้วก็ยิ้มพลางพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “เจ้าบอกว่าอยากรับเป่าหนิงไปอยู่ที่หมู่บ้านอีกวันไม่ใช่หรือ? พรุ่งนี้เจ้าก็เข้าวังแล้วกัน ตอนกลางคืนก็พักที่ตำหนักของข้า แล้ววันมะรืนค่อยออกจากวัง เจ้าก็ไม่ต้องเสียเวลารับเป่าหนิงไปพักที่จวนเจิ้นกั๋วกงชั่วคราวด้วย”
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเจียงเซี่ยนจะแต่งงานแล้ว เรื่องของผู้หญิงบางเรื่องยังต้องให้ฝางจื่อชิงแนะนำ เวลานี้กลับไปอยู่ที่จวนเจิ้นกั๋วกงสักสองสามวันจะเป็นผลดีกับเจียงเซี่ยน
นี่ก็คือจุดประสงค์ที่ฝางจื่อ