หลี่เชียนโผล่หน้าออกมา และยิ้มพลางเอ่ยว่า “ได้” แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงปรึกษาว่า “กินตอนมื้อเที่ยงได้หรือไม่?”
“ตอนนี้!” เจียงเซี่ยนเลิกคิ้ว หน้าตาฉายแววท้าทายอย่างไม่ปิดบังแม้แต่นิดเดียว “ข้าไม่ชอบกินของว่าง กลืนแล้วเจ็บคอ”
“ได้!” หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อีกเดี๋ยวจะมีน้ำแกงไก่ให้ดื่ม!”
เขายิ้มอย่างสุขุมเยือกเย็น เหมือนกำลังบอกนางว่า ไม่ว่านางจะก่อกวนอย่างไร เขาก็มีวิธีรับมือทั้งนั้น ดังนั้นนางก่อกวนได้เต็มที่
เจียงเซี่ยนกลุ้มใจ และสะบัดม่านรถอีกครั้ง
หลิวตงเยว่เห็นแล้วหวาดกลัวมาก จึงรีบเตือนเสียงเบาอยู่ข้างๆ ว่า “ท่านหญิง ท่านหญิง พวกเราก็กินของว่างแล้วกัน ของว่างก็อร่อยเหมือนกันขอรับ”
เจียงเซี่ยนกำลังโมโห พอได้ยินก็หันกลับไปจ้องหลิวตงเยว่ และเอ่ยว่า “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? หลี่เชียนก็บอกว่ามีน้ำแกงไก่ให้ดื่มแล้ว เจ้ากลับจะให้ข้ากินของว่าง เมื่อคืนพวกเรากินของว่าง เช้าวันนี้ก็กินของว่าง เจ้าจะให้ข้าวันหนึ่งสามมื้อกินแต่ของว่างอย่างนั้นหรือ?”
หลิวตงเยว่ร้อนใจขึ้นมา และเอ่ยอย่างกังวลว่า “ท่านหญิง ตอนนี้พวกเรายังตกอยู่ในกำมือของหลี่เชียนนะขอรับ!”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือ นางอย่าก่อเรื่องจะดีกว่า
เจียงเซี่ยนยิ้มเยาะ และเอ่ยว่า “ข้ายังกลัวเขาอย่างนั้นหรือ?!”
หลิวตงเยว่อึ้งกับน้ำเสียงที่มีพลังของนาง นิ่งไปนานมาก พอได้สติกลับมาก็อดไม่ได้ที่จะร้อนใจจนเหงื่อออก
ท่านหญิงทำแบบนี้ไม่ได้นะ!
หลี่