้ามา และพอปล่อยม่านรถลง รถม้าก็ออกวิ่งทันที
หลิวตงเยว่ตกใจ
เขาคิดว่าหากเขาเอ่ยแบบนี้อย่างไรหลี่เชียนก็ต้องให้ท่านหญิงเจียหนานล้างหน้าและเข้าส้วมอะไรทำนองนั้น
คิดไม่ถึงว่าหลี่เชียนกลับนึกจะไปก็ไป
หลิวตงเยว่รู้สึกหนักใจขึ้นมาในทันใด
ดูเหมือนก่อนหน้านี้เขาจะดูถูกหลี่เชียนแล้ว
เขาคิดว่าหลี่เชียนเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาที่หน้าตาดีและคารมดี จึงทำให้เจียงเซี่ยนชอบ และที่ได้เป็นแม่ทัพโหยวจี ก็เป็นเพราะมีบิดาที่เป็นแม่ทัพเท่านั้น
เขาผลักเจียงเซี่ยนเบาๆ “ท่านหญิง รีบตื่นเถอะขอรับ ไม่รู้ว่าหลี่เชียนจะพาพวกเราไปที่ไหนอีกแล้ว?”
เจียงเซี่ยนขยี้ตาอย่างสะลึมสะลือ และลุกขึ้นมานั่ง แล้วเอ่ยว่า “พวกเราเดินทางอีกแล้วหรือ?”
หลิวตงเยว่พลั้งปากตอบไปว่า “ขอรับ” และรินชาร้อนให้เจียงเซี่ยนถ้วยหนึ่ง
เจียงเซี่ยนดื่มชาแล้ว สมองก็พอจะปลอดโปร่งเล็กน้อย จึงเอ่ยว่า “จากเมืองหลวงไปซานซีต้องใช้เวลากี่วัน?”
หลิวตงเยว่ก็ไม่รู้เหมือนกัน
ตอนเขาอายุสามสี่ขวบก็ถูกคนซื้อเข้าเมืองหลวงแล้ว พออายุเจ็ดขวบก็เข้าวัง ที่ที่เคยไปไกลที่สุดก็คือภูเขาเสี่ยวทัง
เจียงเซี่ยนก็ไม่รู้เหมือนกัน
แต่นางรู้ว่าจากซีอานถึงเมืองหลวงต้องใช้เวลากี่วัน
ตอนนั้นหลี่เชียนคิดแต่อยากมีเขตอิทธิพลของตนเองสักแห่ง ทว่าต้าถงกับเมืองเซวียนเป็นเขตอิทธิพลของตระกูลเจียงมาตลอด อย่างไรเจียงเซี่ยนก็ให้ตระกูลเจียงยกที่ให้หลี่เชียนไม่ได้ คิดไปคิดมา จึงให้เขาไปซีอาน และเ