ลี่เชียนเงียบสงบดุจขุนเขา เคร่งขรึมและจริงจัง
อวิ๋นหลินหันตัวจากไป ไปลาดตระเวนและเฝ้ายามในเวลากลางคืนแล้ว
ไม่นานหลี่เชียนก็จัดการตนเองเรียบร้อย เขาห่อตัวด้วยเสื้อคลุมหนาและนอนลง
ทว่าในรถม้านั้น เจียงเซี่ยนที่ไม่ง่วงแม้แต่นิดเดียวกลับคุยกับหลิวตงเยว่เสียงเบา “ที่นี่อยู่ห่างจากชางผิงไม่ไกลนัก อีกไม่นานท่านพี่ก็น่าจะตามมาแล้ว หลี่เชียนผู้นี้เจ้าเล่ห์มาก เขาต้องส่งคนอื่นไปทำให้สายลับของท่านพี่สับสนด้วยอย่างแน่นอน เจ้าเก็บผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ที่ข้าให้เจ้าเอาไว้ แล้วหาโอกาสผูกบนต้นไม้ข้างทางหรือที่อื่นตรงไหนก็ได้ นำทางให้ท่านพี่” นางพูดไปก็อดที่จะเสียดายไม่ได้ และเอ่ยว่า “หากรู้ว่าเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก ข้าน่าจะติดเครื่องประดับอีกสักสองสามอัน ทิ้งเครื่องประดับไว้ตามทาง จะได้แจ้งข่าวแก่พวกท่านพี่ด้วย ข้าเห็นในหนังสือบางเล่มก็เขียนเช่นนี้ แต่หากทิ้งเครื่องประดับจริงๆ คนที่อยู่ข้างๆ เห็นแล้วก็จะต้องเก็บไปอย่างแน่นอน หากซ่อนไว้ก็จะทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ นอกเสียจากว่าเอาไปที่โรงรับจำนำ และถูกคนพบว่าเป็นของที่สร้างขึ้นตามแบบของในวัง แล้วแจ้งทางการ…”
ทว่าหลายขั้นตอนและชักช้าเช่นนี้…นางคงจะถึงซานซีไปตั้งนานแล้ว
เจียงเซี่ยนคิดแล้วก็ด่าหลี่เชียนในใจอย่างสาดเสียเทเสียทันที
เพราะเจ้าคนสารเลวนั่นก่อเรื่องทั้งนั้น
จะให้นางใช้ชีวิตอย่างสงบสักหน่อยก็ไม่ได้
ทำไมนางถึงซวยขนาดนี้ ฟื้นคืนชีพกลับมาก็เจอเจ้านักฆ