เป็นความผิดของข้า!” หลี่เชียนนิ่งดุจขุนเขา เขาปลอบนางด้วยเสียงอ่อนโยน และไม่คิดจะปล่อยนางไปแต่อย่างใด
เจียงเซี่ยนนั้นแม้แต่ถนนยังเดินน้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการโกรธและกลุ้มใจพักหนึ่งเช่นนี้ ไม่นานนางก็หอบหายใจหนัก และเคลื่อนไหวช้าลงเรื่อยๆ ปากตะโกนว่า “เจ้าปล่อยข้ากลับบ้าน” แต่หมัดกลับถูกตัวหลี่เชียนเป็นพักๆ
หลี่เชียนโล่งอก เขากอดนางไว้ในอ้อมแขน และให้นางซบไหล่ของตนเอง เขาลูบผมนางเป็นระยะๆ แล้วเอ่ยเสียงนุ่มข้างหูนาง “ข้าไม่ดีเอง ทั้งหมดเพราะข้าไม่ดีเอง เจ้าอย่าโกรธเลย ต่อไปข้าจะฟังเจ้าทุกอย่าง ดีหรือไม่? พวกเราไม่ทะเลาะกันแล้ว ได้หรือไม่? พวกเรายังต้องเดินทางอีกสิบกว่าวันนะ! เจ้าร่างกายอ่อนแอ แล้วก็ทนความโคลงเคลงของรถและเรือไม่ไหว ป่วยไปจะทำอย่างไร? ข้ารู้ว่าข้าทำให้เจ้าไม่พอใจ เจ้าอยากตีข้า ข้าก็ตามใจเจ้าทุกอย่าง แต่เจ้าอย่าโกรธเลย โกรธก็ต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงเช่นกัน และเจ้าไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว จะตีข้าอย่างไรล่ะ! ไม่โกรธแล้ว ได้หรือไม่? ข้ารินชาถ้วยหนึ่งให้เจ้าดื่ม เจ้านอนอีกสักพัก ไว้เจ้าตื่นแล้ว ค่อยมาคิดบัญชีกับข้าดีหรือไม่? เรื่องนี้ข้าผิดเอง ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า…เอ่อ…”
อ้อมกอดของเขา…อบอุ่นทำให้คนสบายใจ มือที่เขาลูบนางอยู่…แผ่วเบา นุ่มนวล และอบอุ่น เหมือนนางเป็นสิ่งล้ำค่าที่ถูกคนประคองอยู่กลางฝ่ามือ ทั้งหลงและรัก…ทำให้เจียงเซี่ยนที่เหนื่อยแล้วรู้สึกเบื่อหน่าย และนึกไม่ถึงเลยว