ารกชัฏข้างๆ กับเขา หากหลี่เชียนไม่นำทางนางก็ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าตรงนั้นยังมีทางอยู่เส้นหนึ่งด้วย
ทันใดนั้นเสียงเรียกอันแผ่วเบาที่ทุ้มต่ำและกังวลก็ดังมาจากทางด้านหลังพวกเขา “ท่านหญิง ท่านหญิง ท่าน…ท่านอยู่ที่ไหนขอรับ?”
ร่างของหลี่เชียนที่เดินอยู่ข้างหน้าแข็งทื่อ
เจียงเซี่ยนฟังเสียงของคนออกแล้ว จึงเอ่ยว่า “เจ้าไม่ต้องกังวล นั่นหลิวตงเยว่ ลูกชายบุญธรรมของหลิวเสี่ยวหม่าน เขารับคำสั่งจากไทฮองไทเฮาให้มารับใช้ข้าที่หมู่บ้าน”
ร่างกายของหลี่เชียนจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง เขาหันกลับมามองเจียงเซี่ยนด้วยสายตาแน่วแน่ และเอ่ยว่า “ไม่อย่างนั้น…ก็พาเขาไปด้วย…เจ้าก็จะได้มีคนรับใช้ในรถม้าด้วย!”
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าคำพูดนี้แปลกเล็กน้อย
พวกนางคุยกันในรถม้าอย่างลับๆ แล้วจะพาหลิวตงเยว่ไปด้วยทำไม?
เขาคงจะไม่ได้รู้ว่านางหมั้นแล้ว หากมีขันทีคนหนึ่งอยู่ข้างกายนางตลอด ก็พอจะหลีกเลี่ยงข้อสงสัยไปได้?
เจียงเซี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลี่เชียนเอ่ยทันทีว่า “ไม่เป็นไร ข้าพากำลังคนไปด้วย เขาจะได้ไม่ตะโกนออกไปและเรียกคนอื่นมาจนกลายเป็นแย่แทน”
“ไม่มีทาง” เจียงเซี่ยนเอ่ย “เขาเป็นคนที่อยู่ข้างกายข้า”
นั่นก็หมายความว่า ซื่อสัตย์จงรักภักดีมาก
ก็เหมือนกับที่เขามาหาเจียงเซี่ยนก่อนหน้านี้ นางในและขันทีเหล่านั้นแต่ละคนต่างก็ทำเป็นมองไม่เห็นเขา และก็ไม่เคยได้ยินว่ามีข่าวอะไรแพร่งพรายออกไปเลย
หลี่เชียนรู้ว่าในวังมีวิธีปกครองผู้ที่อยู่ใต้บ