ังคับบัญชาของตนเอง และเป่าหนิงก็เติบโตในวังตั้งแต่เด็ก นางดูเหมือนอ่อนแอ แต่กลับไม่ใช่เด็กสาวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยแบบนั้น
เขายิ้มอย่างอ่อนโยน และเอ่ยว่า “แล้วแต่เจ้า!”
เจียงเซี่ยนเบิกตาโตจ้องเขา และเอ่ยว่า “วันนี้เจ้าเป็นอะไรไป? พูดจาแปลกๆ”
หลี่เชียนยิ้มสดใสมากขึ้น และกลับไม่ทำหน้าทะเล้นใส่นางเหมือนเมื่อก่อน ทว่าเอ่ยอย่างว่านอนสอนง่ายมากว่า “เช่นนั้นเจ้ารอตรงนี้สักครู่ ข้าจะไปพาหลิวตงเยว่มา”
เจียงเซี่ยนอดที่จะพึมพำในใจไม่ได้
หลี่เชียนเจอเรื่องอะไรกันแน่?
เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ก็ไม่ถูก บางครั้งเขาก็ปฏิบัติกับนางแบบนี้เหมือนกัน
เจียงเซี่ยนพันนิ้วมือกับผ้าเช็ดหน้าและตั้งใจระลึกความทรงจำ
น่าจะหลังจากที่เขาบีบบังคับให้วังฉือหนิงสละอำนาจ และนางแต่งตั้งเขาเป็นอ๋องหลินถงแล้ว ครั้งแรกที่เขาเข้าวังมาขอบพระคุณ สีหน้ายังหม่นหมองเล็กน้อย ทว่าครั้งที่สองที่เข้าวังมาขอบพระคุณก็ทำตัวว่านอนสอนง่ายมากต่อหน้านางเหมือนกับตอนนี้ อันที่จริง…
เจียงเซี่ยนพยายามคิด
อันที่จริงครั้งนั้นเขาก็ไม่ได้ขอผลประโยชน์อะไรไปจากในมือของนางเช่นกัน…เช่นนั้นทำไมเขาต้องทำตัวว่านอนสอนง่ายกับนางมากด้วย?
เจียงเซี่ยนรู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย
เรื่องในอดีตก็เหมือนกับฝันร้าย แสดงความพ่ายแพ้ ความไร้ความสามารถ และการคิดไปเองฝ่ายเดียวของนางออกมาอย่างต่อเนื่อง…คิดแล้วก็ทำให้นางทุกข์ใจอย่างถึงที่สุด จนนางไม่อยากที่จะนึกถึงด้วยซ้ำ
เจ