่ยนไม่เห็นสักนิด
หลี่เชียนหิ้วคอเสื้อด้านหลังของหลิวตงเยว่แล้วผลักให้หลิวตงเยว่เดินไปอยู่หน้าเจียงเซี่ยนกับเขา แถมยังยิ้มเยาะหลิวตงเยว่ด้วย “ทำไมเจ้าถึงเหมือนคนขี้ขลาด เร็วหน่อย ข้ายังต้องรีบเดินทางอีก”
เขาสูงกว่าหลิวตงเยว่หนึ่งศีรษะ หิ้วหลิวตงเยว่แบบนี้ก็เหมือนกับหิ้วเด็กน้อย
เจียงเซี่ยนเห็นแล้วก็ไม่ค่อยพอใจ จึงเอ่ยกับหลี่เชียนว่า “เขาเป็นขันทีของข้า เจ้ามีมารยาทกับเขาหน่อย”
นางรู้ว่าผู้ชายมากมายต่างดูถูกขันที แต่ขันทีเหล่านี้กลับรับใช้นางมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้นางรู้สึกสนิทใจมากกว่าใครหลายคน
หลี่เชียนยิ้มและไม่พูดอะไร ทว่ากลับเดินเร็วกว่าเดิม
หลิวตงเยว่ก็ไม่พูดอะไรเช่นกัน และปล่อยให้หลี่เชียนพาเขารีบเดินไปแบบนี้
เจียงเซี่ยนถอนหายใจ และเดินตามไปอย่างรวดเร็ว
เวลาประมาณครึ่งก้านธูป พอพวกเขาออกมาจากป่า กำแพงสีขาวท่อนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในป่าก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าเจียงเซี่ยน
ตรงมุมกำแพงสีขาวมีประตูเล็กที่ทาสีดำเปิดอยู่ ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ เขาสวมชุดผู้ชายที่เป็นเสื้อและกางเกงผ้าเนื้อหยาบเหมือนกับหลี่เชียน เพียงแต่เป็นสีหวาย
เขาเห็นหลี่เชียนกับเจียงเซี่ยนก็พลันคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ทว่าหลี่เชียนกลับก้าวเข้ามาบังสายตาของผู้ชายคนนั้นไว้ และมอบหลิวตงเยว่ให้ผู้ชายคนนั้น พลางเอ่ยว่า “อวิ๋นหลิน เดี๋ยวเจ้าพาเขาไป” แล้วหันหน้ามาเอ่ยกับเจียงเซี่ยนว่า “เดินเหนื่อยหรือไม่? รถม้าอยู่นอกประตูนี้เอ