ทางอื่นอย่างฝืนเล็กน้อย
สายลมพัดผ่านหน้านางไปอย่างเงียบเชียบ กิ่งของต้นที่อยู่ข้างๆ พลิ้วไหวอย่างแผ่วเบา
หลี่เชียนเอ่ยเสียงเบาว่า “เป่าหนิง ข้าเจอปัญหาเรื่องหนึ่ง เจ้ายินดีช่วยข้าหรือไม่?”
เป็นคนมาสองชาติ ในความทรงจำของเจียงเซี่ยน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเล่นของนางแบบนี้
เจียงเซี่ยนอยากตวาดด่าเขามาก ทว่าพอนึกถึงหน้าทะเล้นของเขา ก็รู้สึกว่าทำเช่นนี้ไปไม่มีประโยชน์สักนิด นางจึงค่อนข้างท้อแท้และขี้เกียจที่จะสนใจเขา พอเห็นเขายังคงสุขุมเยือกเย็นเช่นเดิม ก็คิดว่าหากเขาไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่มากจนไม่มีทางแก้ไขเองได้ ก็คงใช้ปัญหาเล็กน้อยเป็นข้ออ้างมาเล่นลูกไม้ต่อหน้านางหน้าด้านๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง นางก็ต้องใจเย็นไว้ทั้งนั้น
นางอดที่จะทำหน้าจริงจังไม่ได้ และเอ่ยว่า “เจ้าก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว?”
“เป่าหนิง!” แต่หลี่เชียนกลับเรียกชื่อเล่นของนางอีกครั้ง “เจ้าบอกข้าก่อนว่ายินดีช่วยหรือไม่!”
อาจจะเป็นเพราะไปกับบิดามาหลายที่มากตั้งแต่เด็ก ภาษากลางของหลี่เชียนจึงไม่ค่อยชัดนัก ตอนที่เขาเรียกนางนั้นหางเสียงทุ้มต่ำเล็กน้อย และลากคำบางคำ เหมือนเสียงเครื่องสายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ ทำให้เจียงเซี่ยนรู้สึกหน้าร้อนมากขึ้น
ทำไมอากาศถึงร้อนขนาดนี้?
“มีอะไรก็ว่ามา เรียกมั่วซั่วทำไม?” เจียงเซี่ยนอดที่จะโกรธไม่ได้ นางฝืนอดทนไว้ถึงไม่ใช้มือพัด และเอ่ยว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากันแน่?”
——————