แววว่าจะตื่นสักที จึงบอกว่าไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ด้านหลัง พวกคุณชายเล่นไพ่หม่าเตี้ยวอยู่ในโถงบุปผาเล็กด้านหน้า มีแต่ซื่อจื่ออันลู่โหวที่บอกว่าดื่มเยอะแล้ว และนอนจนตอนนี้ก็ยังไม่ตื่นเช่นกันเจ้าค่ะ”
เจียงเซี่ยนยิ้ม และเอ่ยว่า “บอกว่าตอนบ่ายจะไปตกปลาไม่ใช่หรือ? ทำไม? เปลี่ยนมาดลูกหลานตระกูลผู้ดีมีเงินไม่ได้ ยังไปนั่งบนโต๊ะไพ่ด้วย”
ฉิงเค่อกล้าพูดต่อที่ไหนกัน นางจึงแค่ยิ้มอยู่ข้างๆ
เจียงเซี่ยนล้างหน้าเสร็จ ร่างกายก็สดชื่นขึ้นมาก จึงยิ้มและเอ่ยว่า “ข้าไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ด้านหลังแล้วกัน! จะได้เจอจ่างจูพอดี”
ฉิงเค่อยิ้มพลางขานว่า “เจ้าค่ะ” แล้วถือเสื้อคลุมลายเปี้ยนตี้จินสีน้ำเงินอ่อนไว้ในมือ และไปสวนดอกไม้ด้านหลังเป็นเพื่อนเจียงเซี่ยน
สวนดอกไม้ด้านหลังหมู่บ้านก็มีเอกลักษณ์มากเช่นกัน ต้นไม้แน่นขนัดจนบดบังแสงอาทิตย์ ทิวทัศน์งดงามและน่าหลงใหล บางครั้งจะเห็นต้นท้อกับต้นพลัมหลายต้นออกดอกสีชมพูและสีขาวบริสุทธิ์ประดับอยู่ท่ามกลางสีเขียวเข้มและสีเขียวอ่อน ก่อให้เกิดเป็นภาพทิวทัศน์ในแบบที่ไม่เหมือนใคร
“สวยจริงๆ!” ฉิงเค่อกับไป่เจี๋ยชื่นชม แล้วชี้ไปที่ต้นทับทิมกับยี่โถที่เพิ่งจะแตกหน่อข้างหน้าไม่ไกล และเอ่ยอย่างเสียดายว่า “หากปีนี้อากาศหนาวในฤดูใบไม้ผลิไม่นานขนาดนี้ ดอกทับทิมก็น่าจะบานแล้วเช่นกัน และก็จะยิ่งสวยมากขึ้น”
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางพยักหน้า และเดินเข้าไปอย่างมีความสุข นางปล่อยให้สายลมในฤดูใบ