อ่ยถึงเรื่องที่เชิญคนเข้าวังมาขับร้องประกอบดนตรีในวันพรุ่งนี้ “ไทฮองไทเฮาว่าต้องเชิญเหล่าสตรีบรรดาศักดิ์เข้าวังหรือไม่เพคะ?”
“เชิญฮูหยินเจิ้นกั๋วกงกับฮูหยินชินเอินป๋อก็พอแล้ว” ไทฮองไทเฮาพึมพำ “เรื่องของเป่าหนิงยังไม่มีวี่แววแม้แต่นิดเดียว หากเวลานี้ถูกคนแพร่งพรายอะไรที่ไม่น่าฟังออกไปจะไม่ใช่เรื่องดี” นางคิดอีกแล้วก็เอ่ยว่า “ให้ไป๋ซู่มาเที่ยวด้วยสักวัน พวกนางพี่น้องไม่ได้เจอกันมาพักหนึ่งแล้ว ข้าก็อยากดูว่าจ่างจูถูกรังแกหรือไม่เหมือนกัน!”
ไทฮองไท่เฟยขานรับว่า “เพคะ” ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และไปสั่งเมิ่งฟางหลิงด้วยตนเองว่าให้คนส่งเทียบเชิญไปให้ทั้งสามคน
ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงรู้ว่านางเข้าวังทำไม พอเจียงเจิ้นหยวนกลับจวน จึงนำข่าวที่สืบได้ในช่วงสองสามวันนี้ไปหาเจียงเจิ้นหยวน “จ้าวเซี่ยวนอกจากดูงิ้วแล้วก็ไม่มีอะไรอื่นที่ไม่ดี ส่วนจ้าวควนจิ้งไห่โหวนั้น ตั้งแต่ฮูหยินล้มป่วยก็เลื่อนตำแหน่งให้อนุภรรยาคนหนึ่งที่ฮูหยินยกให้เขาตอนที่ยังมีชีวิตอยู่มาดูแลงานบ้าน หากเป่าหนิงแต่งไป แม่สามีไม่คุมงาน แถมยังเป็นว่าที่ภรรยาของลูกชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก ก็สามารถรับช่วงดูแลงานบ้านได้ทันที”
“ส่วนตระกูลอันลู่โหวก็ไม่จำเป็นต้องให้ข้าพูดแล้ว”
“ตอนที่อันลู่โหวเฒ่ายังมีชีวิตอยู่ถนัดคุมงานธุรการ คิดดูแล้วในบรรดาขุนนางที่มีความดีความชอบและชนชั้นสูงในเมืองหลวง ตระกูลของพวกเขาก็ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆ อันลู่โหวก็เป