อนตอนแรกแล้ว
จ้าวเซี่ยวก็ไม่ได้ใส่ใจเช่นกัน เขายังคงทำให้ไทฮองไทเฮาอารมณ์ดีด้วยการพูดคุยและหัวเราะอย่างจริงใจเช่นเดิม
พอเห็นว่าถึงเวลามื้อเที่ยงแล้ว ไทฮองไทเฮาจึงให้พวกเขาอยู่รับประทานอาหารตามมารยาท ทว่าทั้งสามคนคารวะและปฏิเสธทางอ้อมอย่างรู้งาน แล้วออกจากวังไป
ไทฮองไทเฮาก็ไม่ปิดบังเจียงเซี่ยนแล้วเช่นกัน นางถามไทฮองไท่เฟยตรงๆ “เจ้าคิดว่าคนไหนดี?”
เรื่องแบบนี้ใครจะกล้าแนะนำส่งเดชกัน?
“หม่อมฉันว่าก็ดีหมด” ไทฮองไท่เฟยเอ่ยอย่างลังเล “หากให้หม่อมฉันเลือกคนหนึ่ง หม่อมฉันก็ยังเลือกไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นให้ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงเข้าวังมาดูด้วยดีหรือไม่?”
ไทฮองไทเฮาพยักหน้าอย่างช้าๆ
เจียงเซี่ยนไม่สบายใจเป็นอย่างมาก
ทว่านางก็ไม่อาจถามได้เช่นกัน ทุกคนทำได้เพียงเก็บงำไว้ในใจ ต่างคนต่างรู้อยู่แก่ใจ
หลังจากเจียงเซี่ยนกลับไป ไทฮองไทเฮาก็เอ่ยถึงความงุนงงของตนเองกับไทฮองไท่เฟย “ฝ่าบาทปฏิบัติกับเป่าหนิงแตกต่างจากคนอื่น คิดว่าจ้าวเซี่ยวก็ต้องเคยได้ยินมาเหมือนกัน แต่เขายังยืนกรานที่จะส่งคนรับใช้เข้าวัง เจ้าว่า…นี่เขากำลังบอกพวกเราว่าเขาไม่กลัวที่จะปะทะกับฝ่าบาท หรืออยากเตือนพวกเราว่าอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการแต่งงานของเป่าหนิงก็คือฝ่าบาท และให้พวกเราฉวยโอกาสตอนที่จิตใจของฝ่าบาทจดจ่ออยู่กับลูกชายคนโตที่เกิดจากสนมรีบจัดการเรื่องแต่งงานของเป่าหนิงให้เสร็จล่ะ?”
“เรื่องที่แม้แต่ไทฮองไทเฮายังคิดไม่ออก หม่อมฉันจะค