็เพราะพวกเรากลัวว่าเด็กสาวอย่างพวกเจ้าได้ยินพวกคนแก่เล่าเรื่องในอดีตบ่อยจนไม่อยากฟังแล้วไม่ใช่หรือ?”
นี่ยังไม่คิดจะบอกนางตอนนี้หรือ?
เจียงเซี่ยนคิดว่าเรื่องนี้นางก็ต้องคิดให้ดีเช่นกัน ผู้อาวุโสทั้งสองคนไม่เอ่ยปาก ก็ทำให้นางมีช่องทางในการคลี่คลายสถานการณ์พอดี
นางจึงเอ่ยเรื่องของไป๋ซู่ขึ้นมา “หม่อมฉันดูปฏิทินหวงลี่แล้ว วันที่ยี่สิบสองเดือนหนึ่งเป็นวันดี ก็ส่งจ่างจูออกจากวังวันนั้นดีกว่า หม่อมฉันอยากให้นางนำพวกของเล็กๆ น้อยๆ ที่ปกตินางใช้ประจำกลับไปด้วย จึงอยากให้เสด็จยายช่วยเขียนสาส์นให้หน่อยเพคะ”
ของชิ้นใหญ่นั้นถึงจะให้ไป๋ซู่นำออกจากวังไปได้กลับละเมิดกฎ และอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก แต่ของที่มีไว้ชมเหล่านี้ประณีตและไม่สะดุดตา จ่างจูเก็บไว้ก็จะใช้ชีวิตได้สบายหน่อยเช่นกัน
ไทฮองไทเฮาไม่สนใจของเล็กน้อยพวกนี้ นางถามเจียงเซี่ยนว่าไป๋ซู่อยากนำอะไรออกไปบ้าง แล้วก็ให้เมิ่งฟางหลิงเขียนสาส์นทันที นางประทับตราประจำตัวของฮองเฮาและตราส่วนตัว แล้วก็ให้เจียงเซี่ยนให้คนไปลงบัญชีที่กรมวัง
หลิวเสี่ยวหม่านนำสาส์นที่จ้าวเซี่ยวขอพบเข้ามา
ไทฮองไทเฮากับฮูหยินเจิ้นกั๋วกงแลกเปลี่ยนสายตากันด้วยรอยยิ้ม และรับสาส์นมาอ่านนานมาก แล้วก็สั่งหลิวเสี่ยวหม่านอย่างอารมณ์ดี “งั้นก็ให้ซื่อจื่อจิ้งไห่โหวเข้าเมืองหลวงพรุ่งนี้แล้วกัน!”
หลิวเสี่ยวหม่านขานรับและจากไป
ทว่าเจียงเซี่ยนกลับแอบรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก นางถามไทฮองไทเฮ