า “จ้าวเซี่ยวอยากเกี่ยวดองกับจวนเจิ้นกั๋วกงของพวกเราหรือเปล่าเพคะ?”
นี่จะส่งผลเสียมากมายและไม่เป็นผลดีกับจ้าวเซี่ยวแม้แต่นิดเดียว
ไม่คุ้มเลย
หากเขาแต่งงานกับนาง ไม่เพียงแต่ทำให้จ้าวอี้ไม่พอใจ แต่นางต้องอยู่ที่เมืองหลวงเพื่อดูแลไทฮองไทเฮาตอนที่สวรรคตอย่างแน่นอน อย่างน้อยที่สุดจ้าวเซี่ยวก็ต้องอยู่เมืองหลวงสองปี เขาเป็นซื่อจื่อจิ้งไห่โหว ถึงแม้จะไม่จำเป็นต้องกังวลกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันในครอบครัว ทว่าอยู่ที่เมืองหลวงสองปี ก็เกรงว่าหลี่เชียนจะใช้บารมีของคนที่มีชื่อเสียงมายกระดับตนเองไปนานแล้ว ถึงเวลานั้นเขาปะทะกับหลี่เชียน ก็เป็นไปได้มากว่าจะทำได้เพียงยอมตระกูลหลี่แต่โดยดี…แล้วถึงเวลานั้นนางจะไม่กลายเป็นเชลยของหลี่เชียนด้วยหรือ!
นางไม่เอาด้วยหรอก!
“ไทฮองไทเฮา” ในเมื่อไม่ได้งั้นก็ทำลายไปเลย เจียงเซี่ยนตัดสินใจทันที และเอ่ยว่า “จ้าวเซี่ยวมีธุระอะไรต้องพบไทฮองไทเฮาหรือ? หม่อมฉันได้ยินคนของวังเฉียนชิงบอกว่า สองวันนี้ฝ่าบาทพระอารมณ์ฉุนเฉียวมาก คงจะมีเรื่องอะไรขอร้องไทฮองไทเฮากระมัง? ยิ่งกว่านั้นอีกไม่กี่วันก็เดือนสองแล้ว ขุนนางใหญ่ที่ปกครองแต่ละมณฑลต่างต้องเข้าเมืองหลวงมารายงานการปฏิบัติงาน แล้วก็เป็นปีแรกที่ฝ่าบาทว่าราชการด้วยพระองค์เองด้วย ว่ากันว่าแม่ทัพอวิ๋นกุ้ย[1]ต่างก็จะมากัน!”
เพราะอวิ๋นกุ้ยอยู่ไกลจากเมืองหลวงเกินไป พวกแม่ทัพ ผู้ว่าราชการมณฑล และผู้ตรวจการของอวิ๋นกุ้ยทั้งหมดจึงเข้าเมือ