คืนนี้
คนแรกคือเติ้งเฉิงลู่ คนที่สองคือจินเซียว คนที่สามก็คือจ้าวเซี่ยว
เจียงเซี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย
หวังจ้านบุกเข้ามา
เขายิ้มและตะโกนพลางเดินเข้ามา ต่างไปจากเมื่อก่อนที่เงียบขรึม พูดน้อย อ่อนน้อม และลุ่มลึก แถมยังถือโคมขี่ม้าเคลือบสีน้ำตาลแดงไว้ข้างหลัง และเอ่ยว่า “ไทฮองไทเฮา กระหม่อมก็รู้ว่า ไทฮองไทเฮาอยู่ที่นี่ เจียหนานก็ต้องอยู่ที่นี่ด้วย ทอดพระเนตรสิพ่ะย่ะค่ะ เมื่อครู่ตอนที่กระหม่อมอยู่ที่ถนนประตูเซวียนอู่ทายปริศนาชนะได้สิ่งนี้มา จึงตั้งใจนำมาให้เจียหนานโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ”
ไทฮองไทเฮาหัวเราะ แล้วให้คนรับโคมไฟมาให้เจียงเซี่ยน พลางเอ่ยว่า “เจ้าทายปริศนาอะไรไปบ้าง?”
“ห่านป่า!” หวังจ้านเอ่ย “ทายคำที่อ้างอิงมาจากในหนังสือโบราณพ่ะย่ะค่ะ”
ไทฮองไทเฮาอายุมากแล้ว จึงไม่อยากใช้ความคิด นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “นั่นคืออะไร?”
หวังจ้านก้มหน้าลง และเอ่ยเสียงเบาว่า “ไปๆ มาๆ”
“เทศกาลใหญ่ ออกปริศนาแบบนี้ได้อย่างไร” ไทฮองไทเฮาเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างไม่พอใจ
แต่เจียงเซี่ยนกลับเบือนหน้าไปทางอื่น
นี่คือปริศนาที่นางให้หวังจ้านเดาในปีนั้น
เป็นปริศนาที่นางแต่งขึ้นมามั่วๆ เอง
หวังจ้านเดาอยู่นานมากก็เดาไม่ถูก จนนางเป็นคนบอกคำตอบของปริศนากับเขา
วันนี้เดาปริศนานี้ ก็ถือว่าฝืนใจทำแล้วเช่นกัน
เจียงเซี่ยนก้มหน้ามองพลอยไพฑูรย์ขนาดเท่าเมล็ดข้าวบนหัวรองเท้า และรู้สึกเศร้าใจ จนกระทั่งไป๋ซู่ยื่นโคมไฟที่หวังจ้านมอบให้นางให้