จึงบอกเพียงว่าอากาศหนาวเกินไป นั่งดูพวกทหารวิ่งไปวิ่งมาบนผิวทะเลสาบอยู่ตรงนั้นก็น่าเบื่อ จึงกลับวังดีกว่า วันไหนว่างค่อยออกมากับเจียงลวี่เป็นการส่วนตัว “…ข้าก็ไม่ใช่คนของกรมกลาโหมเสียหน่อย จะสนหรือว่าหน่วยองครักษ์เก่งมากหรือกองบัญชาการปัจญทิศรักษานครเก่งมาก?”
เจียงลวี่ได้ยินก็หัวเราะเสียงดังลั่น และรู้สึกว่าผู้หญิงควรจะแสดงออกเช่นนี้ต่างหาก จึงไม่สงสัย และประคองเจียงเซี่ยนขึ้นรถม้าด้วยตนเอง
ไม่ต้องอยู่ร่วมห้องกับสตรีพวกนั้น เจียงเซี่ยนก็โล่งอก พอกลับถึงวังฉือหนิงและเจอไทฮองไทเฮาก็ไม่บ่น แค่บอกว่าเจียงลวี่เก่งมากแค่ไหน ตอนที่คุณหนูสองคนของตระกูลอันกั๋วกงกับคุณหนูของตระกูลอันลู่โหวพูดถึงเจียงลวี่ดวงตาสว่างไสวแค่ไหนเป็นต้น ไทฮองไทเฮาได้ฟังเรื่องส่วนตัวของเด็กสาวเหล่านี้ก็รู้สึกว่าตนเองอ่อนเยาว์ลงหลายปี และมีความสุขมาก จึงตั้งใจสั่งให้ห้องเครื่องเพิ่มอาหารอีกสองสามอย่างเป็นพิเศษ
เจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ต่างเหนื่อยเล็กน้อย พวกนางรับประทานอาหารมื้อเย็นเป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาแล้วก็ต่างคนต่างไปพักผ่อน
ใครจะรู้ว่าเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นจ้าวอี้กลับมาคารวะไทฮองไทเฮา
ไทฮองไทเฮาก็คุยกับเขาเรื่องการละเล่นน้ำแข็งที่ทะเลสาบสือช่า
จ้าวอี้ตอบไทฮองไทเฮาอย่างขอไปทีลวกๆ ไม่กี่คำ ไม่ได้ใส่ใจนัก
ไทฮองไทเฮารู้สึกไม่พอใจ ตอนที่จ้าวอี้ลุกขึ้นบอกลาจึงไม่ได้รั้งเขาไว้เช่นกัน ทว่าใครจะรู้ว่าเขากลับเอ่ยกับเจียงเซี่ยนที่ย