ืนอยู่ข้างๆ ว่า “น้องหญิง เจ้าออกไปส่งข้าเถอะ!”
ตามธรรมเนียมก็ไม่เป็นเรื่องผิด ทว่าตั้งแต่จ้าวอี้ว่าราชการด้วยตนเอง นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยปากเองว่าให้เจียงเซี่ยนออกไปส่งเขา จึงแปลกเล็กน้อย
เจียงเซี่ยนส่งจ้าวอี้ออกด้านนอกอย่างเยือกเย็น
เหมือนกับเมื่อก่อนตอนที่ทั้งสองคนยังไม่หวาดระแวงกันแม้แต่นิดเดียว
จ้าวอี้ออกมาจากวังฉือหนิงแล้วกลับไม่นั่งบนเกี้ยวทันที ทว่ายืนคุยกับเจียงเซี่ยนบนขั้นบันไดของวังฉือหนิง “เมื่อวานเจ้าเป็นอะไรไป? นึกไม่ถึงว่าจะทะเลาะกับชิงอี๋ นางเป็นคนไม่รู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ เจ้าทะเลาะกับนางจะไม่เสียหน้าหรือ?”
เขามีสิทธิอะไรมาสั่งสอนนาง?
เจียงเซี่ยนก็โกรธทันที และเอ่ยว่า “ฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไร? จะช่วยพูดให้หานถงซินหรือ? นางชี้หน้าด่าหม่อมฉันแล้ว ฝ่าบาทยังให้หม่อมฉันอดทนกับนาง ฝ่าบาทเลอะเลือนไปแล้วหรือเปล่า? ไม่ ฝ่าบาทมีเรื่องจะขอร้องอ๋องเจี่ยนหรือเปล่า? ต่อให้มีเรื่องจะขอร้องอ๋องเจี่ยน ฝ่าบาทก็ไม่จำเป็นต้องไปประจบหลานสาวคนหนึ่งของพวกเขาเช่นกัน ซื่อจื่อแห่งจวนอ๋องเจี่ยนยังมีชีวิตอยู่ดี สติปัญญาดี และทำอะไรเฉลียวฉลาด…”
หน้าของจ้าวอี้เปลี่ยนเป็นโกรธจัด เขาตะโกนว่า “เจียงเซี่ยน เจ้าจะหยุดได้หรือยัง? เจ้าลองดูตนเองตอนนี้สิว่ากลายเป็นแบบไหนไปแล้ว? ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น? อยากทำอะไรก็ทำ? อยากจะโกรธใครก็โกรธ สรุปแล้วในวังนี้ข้าเป็นฮ่องเต้หรือเจ้าเป็นฮ่องเต้กันแน่…”