ยงเซี่ยนก็อดที่จะถามนางอย่างอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ “ท่านคุยอะไรกับเสด็จยายไปบ้างหรือ?”
ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงยิ้มและเอ่ยว่า “ปีนี้เป็นปีแรกที่ฝ่าบาทว่าราชการด้วยพระองค์เอง แถวถนนฉางอัน ถนนประตูฉงเหวิน ถนนประตูเซวียนอู่ และต้าสือลั่นต่างมีงานเทศกาลโคมไฟ ลุงของเจ้าบอกว่าคึกคักมาก ข้าจึงโน้มน้าวให้ไทฮองไทเฮาออกไปเดินเล่นด้วย”
“ดีเลย ดีเลย!” เจียงเซี่ยนก็รู้สึกว่าท่านยายอยู่ในวังเหงาเกินไปหน่อยเช่นกัน “ไทฮองไทเฮาตกลงหรือไม่? หากไทฮองไทเฮาไม่ตกลง ข้าจะลองไปเกลี้ยกล่อมไทฮองไทเฮา จะได้ลากจ่างจูออกไปด้วยกันด้วย อีกไม่นานนางก็จะแต่งงานแล้ว ถึงเวลานั้นจะชวนนางออกมาก็ไม่ง่ายแบบนี้แล้ว”
ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงยิ้มพลางพยักหน้า และเอ่ยว่า “ไทฮองไทเฮาตรัสว่า เรื่องนี้ยังต้องปรึกษาหารือกับฝ่าบาท”
ถึงอย่างไรไทฮองไทเฮาออกไปข้างนอกก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างกระตือรือร้นว่า “งั้นข้าจะไปคุยกับฝ่าบาท”
นางจึงเอ่ยว่า “ไม่ต้อง เรื่องนี้ข้ามอบให้เจียงลวี่แล้ว ตอนนี้เขาได้เข้าเฝ้าฝ่าบาททุกวัน…การละเล่นบนน้ำแข็งที่ทะเลสาบสือช่าครั้งที่แล้ว ทหารของกองบัญชาการปัญจทิศรักษานครชนะหน่วยองครักษ์ สองสามวันนี้ฝ่าบาทว่าราชการเสร็จแล้วก็รั้งเจียงลวี่ไว้ถามเรื่องการเดินทัพและจัดวางกำลังทหาร เขาไปคุยจะสะดวกกว่าเจ้า”
เจียงเซี่ยนก็ไม่อยากไปคุยกับจ้าวอี้เช่นกัน หากเป็นเจียงลวี่ขอแทนก็ดีกับนาง จึงตกลงอย่างรวดเร็ว
คิดไม่ถึงว่