ไม่เรียบร้อย เขาก็ไม่มีทั้งกะจิตกะใจและกำลังที่จะปรับปรุง กว่าเขาจะตั้งสติได้ก็อีกหลายปี…เวลานั้นไม่ต้องพูดถึงหลี่เชียน แม้แต่อ๋องเหลียว เขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้วเช่นกัน
ทว่าเรื่องพวกนี้บอกไป๋ซู่เร็วเกินไปก็ไม่มีประโยชน์ นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบอกไป๋ซู่อย่างไร จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าก็เชื่อข้าเถอะ! ข้าไม่มีทางดูคนผิดหรอก ข้าคิดว่าไม่ว่าจะเป็นหลี่เชียนหรือจ้าวเซี่ยว กระทั่งอ๋องเหลียวก็ล้วนเป็นคนมีความสามารถที่น่าฝึกฝนและไปได้ไกลทั้งนั้น แค่ดูว่าคนไหนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพวกเราที่สุด ใครที่ถูกพวกเราใช้งานแล้ว…”
“ดังนั้นเจ้าถึงเข้าหาหลี่เชียนใช่หรือไม่?” ไป๋ซู่เบิกตาโต เรื่องบางเรื่องที่ถูกนางมองข้ามไปก่อนหน้านี้ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในความทรงจำของนาง
หากนางอยากกำจัดจ้าวอี้ก็มีวิธีมากมาย เพียงแต่สนับสนุนให้หลี่เชียนลงมือมันง่ายกว่าเท่านั้นเอง จะเรียกว่า ‘ใช้เป็นเครื่องมือ’ ได้อย่างไร ต่อให้ ‘ใช้เป็นเครื่องมือ’ นั่นก็เป็นสถานการณ์ที่ได้ผลประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยว่า “เจ้าคิดมากไปแล้ว! ข้าไม่ได้อยากเข้าหาหลี่เชียน แต่เขาอยากเข้าหาข้าต่างหาก!”
ไม่แน่อาจจะเหมือนกับชาติก่อน อาศัยกำลังของนางทำให้ตระกูลหลี่แข็งแกร่ง เพียงแต่ชาติก่อนนางเป็นไทเฮา จึงได้มากกว่า ชาตินี้นางเป็นเพียงท่านหญิงเจียหนานเล็กๆ คนหนึ่ง อยากได้ก็ต้องใช้กำลังมาก
เพียงแค่นางคิดถึงเรื่องนี้ก็ร