ู้สึกหดหู่และใจร้อน
เจียงเซี่ยนเปลี่ยนเรื่องอย่างไม่เป็นธรรมชาติ “เจ้าบอกสิ่งที่ข้าคิดกับเฉิงเอินกงก็พอแล้ว ข้ายังจะทำร้ายเจ้างั้นหรือ?”
ไป๋ซู่พยักหน้าอย่างงุนงง นางรู้ว่าเบื้องหลังเจียงเซี่ยนคือเจียงเจิ้นหยวน บางทีอาจจะได้ยินข่าวอะไรบางอย่างจากที่ไหน หากตนเองแต่งงานกับเฉาเซวียนแล้ว จวนเป่ยติ้งโหวกับจวนเฉิงเอินกงก็กลายเป็นญาติที่เกี่ยวดองกันแล้ว ทั้งสองตระกูลเหมือนลงเรือลำเดียวกัน ใครก็อย่าได้คิดที่จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับตนเอง งั้นจวนเป่ยติ้งโหวเข้าหาหลี่เชียนก็พอจะเข้าใจได้เช่นกัน นางต้องเตือนบิดาของตนเองสักหน่อยหรือไม่ ก็เห็นม่านของห้องอุ่นถูกคนสะบัดเปิดอย่างแรง จนกระแทกกรอบประตูข้างๆ
เจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ตกใจ แล้วก็เห็นจ้าวเซี่ยวเดินเข้ามาโดยที่เหงื่อตกเต็มศีรษะ
“ที่แท้ท่านอยู่นี่นี่เอง!” เขาพึมพำ สีหน้าที่ตึงเครียดพลันผ่อนคลายลงในทันใด แล้วก็ยิ้มออกมาเหมือนยกภูเขาออกจากอก ตัวคนก็เปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวาขึ้นมาเช่นกัน “ท่านหญิง ท่านทำให้พวกเราลำบากตามหาอยู่นานสองนาน”
ความกังวล ความกลัว และความกระวนกระวายที่หามาตลอดทางมาถึงอย่างคาดไม่ถึง จ้าวเซี่ยวพลันอ่อนระโหยโรยแรงในทันใด สองขาของเขาอ่อนแรง จึงพิงอยู่ข้างกรอบประตู
เจียงเซี่ยนแปลกใจมาก จึงเอ่ยว่า “เจ้าก็ตามหาข้าเหมือนกันหรือ!”
จ้าวเซี่ยวพยักหน้า รู้สึกว่าเรี่ยวแรงกลับคืนสู่ร่างกายของตนเองทีละนิด “ท่านหายไป ใครยังมีกะจิตกะใจไปดูการละเล่