นน้ำแข็งพวกนั้น”
เจียงเซี่ยนอดที่จะรู้สึกผิดเล็กน้อยไม่ได้ และเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ของข้าล่ะ? เขาก็กำลังหาข้าอยู่เหมือนกันหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาอยู่ที่ไหน?”
ตนเองปลอดภัยดี ก็ควรจะบอกเจียงลวี่สักหน่อยถึงจะถูก
“ไม่ต้องแล้ว” ทางจุดชมทิวทัศน์ที่ฮ่องเต้นั่งนั้นยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ จ้าวเซี่ยวยิ้มและเอ่ยว่า “เจียงลวี่ปลีกตัวออกมาไม่ได้ จึงยังคุยเป็นเพื่อนฝ่าบาทอยู่!”
ก็หมายความว่า ไม่ใช่ว่าจ้าวเซี่ยวขัดคำสั่งไม่ได้ แต่เขาอาสามาหานางเอง
เจียงเซี่ยนอึ้งไปเล็กน้อย
แววตานางเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นมาก และลุกขึ้นขอบคุณจ้าวเซี่ยว “ขอบคุณซื่อจื่อจิ้งไห่โหวมาก ข้าไม่เป็นไร แค่ตรงจุดชมทิวทัศน์หนาวเกินไป จึงกลับมากับไป๋ซู่ก่อน”
บอกออกไปแบบนี้ดีที่สุดแล้ว
จ้าวเซี่ยวยิ้มพลางพยักหน้า และเอ่ยว่า “เช่นนี้ก็ดี! งั้นข้ากลับไปแล้ว!”
เจียงเซี่ยนส่งจ้าวเซี่ยวออกจากห้องอุ่นด้วยตนเอง ทว่าพอกลับมากลับเห็นไป๋ซู่ถือถ้วยชาอยู่ในมือเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง น้ำชาเกือบเอียงหกลงมาก็ไม่รู้ตัว
“คิดอะไรอยู่น่ะ?” เจียงเซี่ยนยิ้มพลางตบบ่าของไป๋ซู่
ไป๋ซู่เอ่ยว่า “อ้อ” และได้สติกลับมา นางคิดแล้วก็เอ่ยเสียงเบาว่า “เป่าหนิง เจ้ารู้สึกไหมว่า ซื่อจื่อจิ้งไห่โหวเป็นห่วงเจ้ามาก!”
ไม่รู้สึก!
เจียงเซี่ยนตอบในใจ
นางจำได้เพียงว่าตอนที่อยู่ในตำหนักจินหลวนจ้าวเซี่ยวดูเงียบขรึมและพูดน้อย
ไป๋ซู่เห็นนางไม่ใส่ใจแม้แต่นิดเดียว ก็ทำได้เพี