บกระซาบกันอยู่ตรงนั้น “คนที่สวมเสื้อคลุมลายมังกรห้าเล็บสีเหลืองสดใสที่ลุกขึ้นยืนนั้น…คือฮ่องเต้!”
“แต่เหมือนจะยังไม่สูงเท่าพี่ใหญ่ซื่อจื่อ!”
“พี่ใหญ่ของพวกเราอายุยี่สิบห้าแล้ว และเป็นพ่อลูกสองแล้ว ฝ่าบาทยังอายุไม่ครบยี่สิบปีเต็มเลย จะเทียบกันได้อย่างไร”
ส่วนคุณหนูเติ้งจากตระกูลอันลู่โหวก็เข้ามาใกล้ตรงหน้าเจียงเซี่ยนมากขึ้นและถามเจียงเซี่ยนเสียงเบา “คนไหนคือซื่อจื่อเจิ้นกั๋วกงหรือ? ข้าได้ยินท่านพี่บอกว่า เขาเป็นวีรบุรุษ ไม่เพียงแต่ไล่ชนกลุ่มน้อยทางเหนือไปได้ ยังสามารถน้าวธนูหนักสามต้านได้ด้วยมือเดียวด้วย…”
เจียงเซี่ยนมุมปากกระตุกเล็กน้อย และเอ่ยว่า “อยู่ไกลไปหน่อย ข้าก็เห็นไม่ค่อยชัดเหมือนกัน แต่พี่ใหญ่ของข้าน้าวได้เพียงธนูหนักสองต้านนะ ยังน้าวธนูหนักสามต้านไม่ได้”
คุณหนูเติ้งแห่งตระกูลอันลู่โหวไม่ได้สนใจที่นางแก้ไขด้วยซ้ำ และเอ่ยว่า “โอ๊ย ไม่ว่าจะสองต้านหรือสามต้าน อย่างไรก็เก่งมากแล้ว ท่านพี่ของข้าน้าวแม้แต่ธนูหนักหนึ่งต้านไม่ได้ด้วยซ้ำ ท่านพ่อบอกแล้วว่า หากท่านพี่เหมือนซื่อจื่อเจิ้นกั๋วกงได้ ไม่ เหมือนซื่อจื่อเจิ้นกั๋วกงได้สักครึ่งหนึ่ง ท่านพ่อตายตอนนี้ก็หลับตาได้แล้ว…เอ่อ คือ ข้าหมายความว่า ท่านพ่อคิดว่าหลังจากเขาตายก็สามารถพบบรรพบุรุษแต่ละยุคในอดีตของตระกูลเติ้งได้แล้ว”
แม้แต่คนที่อดทนได้มาตลอดอย่างไป๋ซู่ยังหัวเราะออกมา
คุณหนูเติ้งของตระกูลอันลู่โหวหน้าขึ้นสีแดงก่ำ
เจียงเซี่ยนร