ีบเอ่ยว่า “เจ้าอย่าได้ใส่ใจ ข้าคิดไม่ถึงว่าอันลู่โหวที่จริงจังขนาดนั้นลับหลังจะพูดออกมาแบบนี้”
คุณหนูเติ้งสบายใจเล็กน้อย นางหน้าแดงและเอ่ยเสียงเบาว่า “ที่แท้ท่านรู้จักท่านพ่อของข้าหรือ! ปกติท่านพ่อดูท่าทางเด็ดขาดมาก แต่กลับดีกับข้า ท่านพี่ แล้วก็ท่านแม่มาก”
ไม่งั้นก็คงจะไม่เลี้ยงลูกชายคนหนึ่งกับลูกสาวคนหนึ่งให้เป็นคนแบบนี้แล้ว
เจียงเซี่ยนยังคงชอบมาก
คุณหนูเติ้งมองคุณหนูสองคนจากตระกูลราชเลขาธิการวังที่มีสมาธิอยู่ข้างๆ และกดเสียงให้เบาลงอีก พลางเอ่ยว่า “งั้น…ราชเลขาธิการวังเป็นคนอย่างไร? ข้าเห็นพี่สาวสองคนจากตระกูลของพวกเขาเด็ดขาดมากเลย!”
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าบรรยากาศของจุดชมทิวทัศน์อึมครึม เหมือนทุกคนต่างตั้งหูและรอให้นางเอ่ยปาก ทันใดนั้นนางก็เกิดอยากหยอกคนเล่นขึ้นมาเล็กน้อย จึงเลียนแบบคุณหนูเติ้งกดเสียงให้เบาลง และเอ่ยว่า “ราชเลขาธิการวังหน้าตาเหมือนคุณหนูวังทั้งสองมาก แต่คุณหนูวังทั้งสองหน้ากลม ราชเลขาธิการวังหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไว้หนวดสองข้าง พูดจาเยือกเย็น และติดสำเนียงเมืองซูกับเมืองหังเล็กน้อย”
คุณหนูวังสองคนสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก
แม้แต่คุณหนูซูกับไช่หรูอี้ก็มองมาที่เจียงเซี่ยนด้วยสีหน้าแปลกใจมากจนยากที่จะปิดบังเช่นกัน
เจียงเซี่ยนยิ้ม
หลังจากจ้าวอี้ตาย วังจี่เต้าเป็นราชเลขาธิการแห่งสำนักราชเลขาธิการได้สองปีก็ถูกนางไล่กลับบ้านเกิด
หานถงซินอดที่จะหัวเราะเยาะไม่ได้ และเอ่