ยว่า “ถึงอย่างไรเป่าหนิงก็ไม่เหมือนกับพวกเรา แม้แต่ขุนนางคนสำคัญที่ช่วยฝ่าบาทบริหารราชการแผ่นดินอย่างอันลู่โหวกับราชเลขาธิการวังก็เคยเจอ”
เจียงเซี่ยนเสียดายแทนท่านหญิงตงหยางจริงๆ
ผู้หญิงที่ใสบริสุทธิ์ขนาดนั้นเลี้ยงคนโง่อย่างหานถงซินออกมาได้อย่างไร
พูดจาไม่น่าฟังแม้แต่ประโยคเดียว
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไช่หรูอี้เล่นกับนางอย่างไร
เจียงเซี่ยนขี้เกียจสนใจนาง
ทว่าไป๋ซู่กลับถูกหานถงซินกระตุ้นความโกรธที่ยับยั้งไว้ก่อนหน้านี้ นางหัวเราะด้วยเสียงอ่อนโยนและเอ่ยว่า “ชิงอี๋พูดแบบนี้ก็ไม่ถูก แม้สนมในวังหลังห้ามเจอขุนนางใหญ่ในราชสำนักจะเป็นกฎที่ฮ่องเต้ไท่จงกำหนดเอาไว้ แต่คนยังมีชีวิตอยู่ ส่วนกฎนั้นตายตัว เวลานี้ไทเฮาพักผ่อนอย่างสงบอยู่ที่ภูเขาวั่นโซ่ว ขุนนางใหญ่ในราชสำนักหลายท่านไปคารวะไทฮองไทเฮา นั่นก็เป็นความกตัญญูของฝ่าบาทเช่นกัน เป่าหนิงรับใช้อยู่ข้างพระวรกายไทฮองไทเฮาทั้งกลางวันและกลางคืน บางครั้งหลบไม่ทันจึงเจอเข้า นั่นก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรเช่นกัน ชิงอี๋พูดแบบนี้ กลับเหมือนฝ่าบาทจัดการไม่ทั่วถึง ถึงได้ให้ขุนนางคนสำคัญที่ช่วยฝ่าบาทบริหารราชการแผ่นดินในราชสำนักเข้าพบสนมในวังหลัง…นี่หากไทเฮาได้ยินเข้า ยังไม่รู้ว่าจะเสียพระทัยแค่ไหน!”
ตอนที่เฉาไทเฮากุมอำนาจทางการเมือง ก็ไม่รู้ว่ามีขุนนางใหญ่ในราชสำนักเคยเข้าเฝ้านางตั้งเท่าไร!
หานถงซินได้ยินก็โกรธจนตัวสั่นไม่หยุด นางลุกขึ้นยืน แล้วชี้ไป๋ซู่พลา