งเอ่ยว่า “เจ้าเป็นเพียงแค่ลูกสาวของจวนโหวเล็กๆ จวนหนึ่ง จะแสร้งเป็นทายาทของราชวงศ์ทำไม…”
“ถงซินหุบปากเดี๋ยวนี้!” ไช่หรูอี้ไม่รอให้หานถงซินพูดจบ นางเดินเข้าไปปิดปากหานถงซินอย่างรวดเร็ว หน้าซีดและขอโทษไป๋ซู่กับเจียงเซี่ยนไม่หยุด “นางก็เป็นคนแบบนี้ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็โกรธ พอโกรธขึ้นมาก็พูดจาเหลวไหล น้องจ่างจู ไม่ต้องใส่ใจคำพูดของนาง นางเป็นคนพูดไม่คิด”
ไป๋ซู่ไม่อาจคิดเล็กคิดน้อยกับหานถงซินได้ จึงพยักหน้าอย่างเย็นชา ถือว่ายอมรับการไกล่เกลี่ยของไช่หรูอี้แล้ว
ทว่าเจียงเซี่ยนไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้น นางเป็นคนที่ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงๆ ก็ก่อเรื่องขึ้นมาได้ ยิ่งกว่านั้นเรื่องนี้ยังก่อกวนมาถึงไป๋ซู่ที่สนิทกันเหมือนพี่น้องกับนาง
นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน และมองคนที่อยู่บนจุดชมทิวทัศน์ครั้งหนึ่ง
คุณหนูสองคนของสกุลวังกับคุณหนูซูวางตัวเป็นคนนอกและไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว คุณหนูสองคนของตระกูลอันกั๋วกงสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย สองมือจับกันแน่น ส่วนคุณหนูเติ้งที่ค่อนข้างไร้เดียงสาหลบอยู่หลังคุณหนูสองคนของตระกูลอันกั๋วกงอย่างหวาดกลัว
ช่างน่าอายจริงๆ!
เจียงเซี่ยนเอ่ยในใจ สายตาเฉียบขาดจับจ้องไปที่หานถงซิน และเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “หานถงซิน ไม่ว่าอย่างไรพ่อของจ่างจูก็เป็นโหวเล็กๆ คนหนึ่งเช่นกัน ทว่าพ่อของเจ้าไม่ใช่แม้แต่โหวด้วยซ้ำ! ต่อไปเจ้าพูดอะไรก็ระวังหน่อย อย่าทำให้ข้าโกรธ ไม่งั้นข้าคงต้องเจียดเวลาไปพบแม่ข