ิชาเทพของตนให้ร่างจำแลงครรภ์เซียน ในพริบตา แสงแห่งวิชาเทพบนตัวเขาก็เลือนหายไป
ในเวลาเดียวกัน แสงแบบเดียวกันกลับฟุ้งขึ้นจากร่างจำแลงครรภ์เซียน พลังขยายขึ้นถึงระดับกลางของขั้นวางรากฐาน แม้การประทับราชโองการทองก็ยังอยู่ครบ ดูจากภายนอกก็ไม่ต่างจากเจินเหรินขั้นกลางโดยแท้
“เสียดาย หากตัดการเชื่อมต่อเมื่อไร ก็จะกลับกลายเป็นคนธรรมดาทันที”
“หากไม่ต้องอาศัยการประคองของข้า ก็ยังรักษาพลังขั้นกลางได้ เช่นนั้นถึงจะเป็นวิชาแท้จริง เท่ากับสร้างเจินเหรินจากความว่างเปล่า”
แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
ลวี่หยางพยักหน้า มิได้ออกไปข้างนอก แต่ให้ร่างหลักนั่งสงบอยู่บนผ้ารอง ส่วนร่างจำแลงครรภ์เซียนก็ขยับเบาๆ แล้วเชิดหน้าก้าวออกไป
“หยวนถูทำให้ข้าน้อยรอนาน!”
ที่หน้าผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ เมี่ยวอินเจินเหรินเห็น “ลวี่หยาง” เหาะลงจากฟ้า ก็มุ่นคิ้วงามเล็กน้อย รู้สึกผิดแผกบางอย่าง แต่ก็บอกไม่ถูกว่าผิดแผกที่ใด
“ขออภัยที่ให้ท่านฮูหยินรอนาน”
ลวี่หยางแย้มยิ้ม ประสานมือกล่าวคารวะ “ด้วยเป็นเขตแดนโลกนอก อันตรายหลายหลาก ข้าน้อยจึงต้องเตรียมตัวมากหน่อย หวังว่าท่านฮูหยินอย่าได้ถือโทษเลย”
“พูดอะไรเล่า ข้ามิเคยโกรธท่าน”
เมี่ยวอินเจินเหรินแย้มยิ้มกลบเกลื่อน เก็บความกังขาไว้ภายใน แล้วกล่าวเตือน “ครานี้ที่เราจะไป ‘โลกหมื่นยุทธ’ ได้บ่มเพาะผลแห่งมรรคแล้ว แถมยังอ่อนไหวยิ่ง หากเราก้าวเข้าสู่โลกนั้นก็จะกลายเป็นศัตรูของทั้งแผ่นดินในทันที”
“เ