ขุนนาง ทว่าไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนอย่างไร ตระกูลเจียงควบคุมคนในเมืองหลวงมาหลายชั่วอายุคน กองกำลังรักษาพระนครต้องอยู่ในกำมือของคนตระกูลเจียงอย่างแน่นอน ส่วนอ๋องเหลียวก็ไม่ใช่คนที่ล่วงเกินได้ง่ายๆ เช่นกัน ทางฝั่งเหลียวตงก็ต้องแตะต้องไม่ได้อย่างแน่นอน และฮ่องเต้เป็นคนขี้ระแวง เขาต้องสอดแทรกคนของตนเองเข้าไปแน่ๆ ดังนั้นที่ที่เขาแตะต้องได้ก็มีเพียงฐานที่มั่นที่อยู่ใกล้เมืองหลวงที่สุดอย่างเหอเป่ยกับซานซีแล้ว มีแต่ต้องกุมฐานที่มั่นของสถานที่เหล่านี้ไว้ในมือเท่านั้น ถึงจะสามารถป้องกันกองกำลังรักษาพระนครก่อกบฏได้
นางเข้าใจเหตุผลนี้ เฉาไทเฮาก็ยิ่งเข้าใจ
ต่อไปเฉาไทเฮาน่าจะต้องแย่งอำนาจสั่งการฐานที่มั่นเหอเป่ยและซานซีกับจ้าวอี้
เหอเป่ยใกล้เมืองหลวงมากกว่า จ้าวอี้ไม่มีทางยอมแพ้อย่างเด็ดขาด
แต่ให้คนของเฉาไทเฮาไปคุมซานซี…จ้าวอี้ก็ยังไม่ได้โง่ถึงระดับนั้น
นางต้องเข้าไปแทรกแซงหรือไม่?
เจียงเซี่ยนเหมือนจะตัดสินใจไม่ได้
ให้ตระกูลหลี่ไปนั้นง่าย ทว่าตระกูลหลี่ไปแล้ว เฉาเซวียนจะทำอย่างไร?
หากตระกูลหลี่ไม่ไป พอเวลานานไป ตระกูลหลี่จะถูกขังอยู่ที่เมืองหลวง และกลายเป็นหมาป่าที่ไร้เขี้ยวเล็บ และเฉาเซวียนก็ยิ่งจะอันตรายมากขึ้น
เจียงเซี่ยนตกอยู่ในสภาวะลำบากใจ ตะเกียบทิ่มข้าวในถ้วย เมล็ดข้าวกระเด็นไปบนโต๊ะกินข้าว
ไป๋ซู่เตือนนางเสียงเบา “เป่าหนิง!”
เจียงเซี่ยนได้สติกลับมา ถึงพบว่าอาหารต่างเย็นเล็กน้อยแล้ว นางยังไม่ได