ัดงานเลี้ยงติดกันหลายวันอย่างแน่นอน”
จ้าวอี้ยิ้มออกมาอย่างพอใจ และเอ่ยว่า “เจ้าแค่เขียนจดหมายให้พ่อเจ้าก็พอ ให้เขารู้ว่า ข้าจะไม่มีทางปฏิบัติกับพี่น้องตระกูลเดียวกันอย่างไม่ยุติธรรม”
จ้าวเซี่ยวตอบว่า “พ่ะย่ะค่ะ” ติดกันหลายครั้ง บนหน้าเผยความดีใจออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวอย่างปิดไม่มิด
เจียงเซี่ยนเบ้ปาก
ตามลำดับศักดิ์ จ้าวอี้ยังต่ำกว่าจ้าวเซี่ยวสองรุ่น…ยังบอกว่าพี่น้องตระกูลเดียวกันอะไรกัน…
ต่อมาจ้าวอี้อารมณ์ดีขึ้นมาก จึงเชิญคนที่นั่งอยู่ไปเล่นบนลานน้ำแข็งที่อุทยานหลวงตะวันตกวันมะรืน และเอ่ยว่า “ลองดูว่าพวกเราใครจะเดินบนน้ำแข็งได้เร็วที่สุด?!”
จ้าวเซี่ยวเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “แน่นอนว่ากระหม่อมต้องแย่ที่สุดอยู่แล้ว…กระหม่อมไม่ค่อยได้เจอหิมะที่ฝูเจี้ยนนัก!”
“ตามที่เจ้าว่า งั้นพี่ใหญ่ของข้าก็เดินเก่งที่สุดแล้ว” ไม่รู้ว่าจ้าวอี้ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เขายิ้มและเอ่ยว่า “เหลียวตงหนึ่งปีสี่ฤดูมีสองฤดูที่หิมะตกหนัก…”
อ๋องเหลียวยิ้มเช่นเดิม เขากำลังจะเอ่ยปาก เติ้งเฉิงลู่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เหมือนเงามาตลอดจู่ๆ ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “กระหม่อมคิดว่าตนเองเดินพอใช้ได้ ทำไมพวกท่านไม่คิดว่าข้าจะชนะบ้างเล่า?”
ทุกคนต่างนิ่งไป
หวังจ้านหัวเราะขึ้นมาเหมือนสนับสนุน
ทุกคนต่างก็หัวเราะตามไปด้วย
แต่สายตาของจ้าวอี้ยังคงแฉลบผ่านตัวเติ้งเฉิงลู่ไปเหมือนมีด ทำให้เติ้งเฉิงลู่ตกใจจนหดคอ
เรื่องแบบนี้ทำให้เจียงเซี่ยนแปลกใจมาก