อ่ยว่า “ท่านหญิง ฝันหรือเจ้าคะ?”
“เปล่า!” เจียงเซี่ยนตอบอย่างสับสน ได้ยินเสียงประทัดแว่วๆ
ฉิงเค่อเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ฝ่าบาทเจ้าค่ะ พาซื่อจื่อจิ้งไห่โหว อ๋องเหลียว แล้วก็พวกคุณชายใหญ่มาจุดประทัดในอุทยานหลวง ยังไม่หยุดเลยเจ้าค่ะ!”
เจียงเซี่ยนรู้แล้วว่าทำไมตนเองถึงไม่สบายใจ
เมื่อก่อนทุกครั้งที่ถึงเวลานี้หลี่เชียนก็จะส่งประทัดกองใหญ่เข้าเมืองหลวง นางไม่ชอบคนที่ส่งประทัด แล้วก็ไม่ชอบเสียงอึกทึกครึกโครมเช่นกัน จึงไม่เคยจุดเลย
แต่ตอนนี้นางไม่ได้เจอหลี่เชียนนานมากแล้ว
ไม่มีการรบกวนจากหลี่เชียน
เจียงเซี่ยนนอนลงอีกครั้ง ได้ยินเสียงประทัดดังขึ้นมาอีกหลายนัด ตอนที่ฟ้าเริ่มสว่างถึงจะหลับไปอย่างสะลึมสะลืออีกครั้ง
กว่านางจะตื่น ในตำหนักก็สว่างเจิดจ้า
ฉิงเค่อยิ้มพลางเอ่ยว่า “ท่านหญิง เมื่อคืนหิมะตกหนักมาก ในลานขาวโพลนไปหมด พวกขันทีกับนางในน้อยกำลังเล่นปาหิมะกันอยู่! ท่านจะไปดูไหมเจ้าคะ?”
“ไม่ต้อง” วันที่หนึ่งเดือนหนึ่ง ตามธรรมเนียมเจียงเซี่ยนต้องไปอวยพรปีใหม่ไทฮองไทเฮา “เจ้าช่วยพยุงข้าขึ้นเถอะ! วันนี้ข้าต้องอยู่เป็นเพื่อนเสด็จยาย”
ฉิงเค่อช่วยนางเปลี่ยนเป็นเสื้อกันหนาวแขนยาวที่มีซับในสีแดงเข้ม เกล้ามวย และติดดอกทับทิมผ้าสีแดงเข้มแบบพิเศษหนึ่งดอก ขับให้ผิวของเจียงเซี่ยนขาวนวลผ่องเหมือนหิมะแรก และขับให้เอวที่เพรียวบางของนางบอบบางเหมือนกิ่งหลิวที่พลิ้วไหว
ไป๋ซู่เห็นแล้วก็เม้มปากยิ้ม พลางเอ่ยว่า “เจ้าใ