ห
เจียงเซี่ยนให้นางในเอาของที่หานถงซินเคยใช้ทั้งหมดออกไปทิ้ง
ไทฮองไทเฮารู้แล้วก็ถอนหายใจไม่หยุด และเอ่ยกับเมิ่งฟางหลิงเป็นการส่วนตัวว่า “เป่าหนิงก็นิสัยแข็งกร้าวเกินไปหน่อย ต่อไปจะทำอย่างไรล่ะ?”
เวลานี้นางยังมีชีวิตอยู่ จ้าวอี้ยังไม่แต่งงาน
พอนางไม่อยู่แล้ว จ้าวอี้มีฮองเฮาแล้ว ใครยังจะปกป้องเป่าหนิงของนางไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งได้อีก
ไทฮองไทเฮาคิดอยู่ น้ำตาก็จะร่วงลงมาแล้ว
เมิ่งฟางหลิงที่กำลังดูแลให้ไทฮองไทเฮาพักผ่อนก็สังเกตเห็นเรื่องนี้เช่นกัน
หลังจากเทศกาลฉงหยาง เจียงเซี่ยนก็เจ้าอารมณ์มากขึ้นทุกวัน แม้แต่ต่อหน้าฮ่องเต้ บทจะโมโหก็โมโห เวลานี้ฮ่องเต้ยังเห็นแก่มิตรภาพตั้งแต่เด็ก พอเวลานานไป เจียงเซี่ยนย้ายออกจากวังไปอีก มิตรภาพนี้ก็มีแต่จะยิ่งจืดจางลงเรื่อยๆ เช่นกัน
ถึงเวลานั้นเจียงเซี่ยนจะรับได้หรือ?
เดิมทีเรื่องนี้นางไม่ควรเข้าไปก้าวก่าย ทว่าเจียงเซี่ยนเป็นคนที่นางเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโต ต่อให้เป็นคนที่ฉลาดแค่ไหนบางครั้งก็จะได้รับผลกระทบทางจิตใจเช่นกัน นางอดที่จะเอ่ยเสียงเบาไม่ได้ว่า “ไทฮองไทเฮาเพคะ เรื่องแต่งงานของท่านหญิง เกรงว่าไทฮองไทเฮาคงต้องคิดให้หนักขึ้นแล้ว…สุภาษิตกล่าวไว้ ผู้หญิงแต่งงานก็เหมือนเกิดใหม่เป็นครั้งที่สอง ไม่ว่าจะดีหรือแย่ อีกครึ่งหนึ่งของชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ล้วนขึ้นอยู่กับการ”
“เหตุผลนี้ข้าก็เข้าใจ” ไทฮองไทเฮาสีหน้าจนใจมากขึ้น “แต่เจ้ามองไปยังขุนนางทั้งราชสำนั