ก มีใครเหมาะสมหรือ?”
เมิ่งฟางหลิงพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
ไทฮองไทเฮานอนลง และเอ่ยอย่างหนักใจว่า “เจ้าพูดมีเหตุผล พรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงรวมตัวทุกคนในครอบครัว เจ้าเชิญฮูหยินเจิ้นกั๋วกงมา เรื่องนี้ต้องปรึกษานางด้วย ข้าอยู่ในวัง รู้จักคนไม่มากเท่านาง”
—
เมิ่งฟางหลิงจำไว้ พลางคิดว่าฤดูหนาวกลางวันสั้น ทุกปีเวลานี้เหล่าสตรีบรรดาศักดิ์ก็จะพากันเข้าวังก่อนเดือนหนึ่ง จึงส่งคนไปเฝ้าประตูหลงฝูไว้ และรับฮูหยินเจิ้นกั๋วกงเข้ามา
ไทฮองไทเฮาก็ไม่พูดจู้จี้เช่นกัน นางบอกความต้องการของตนเองกับฮูหยินเจิ้นกั๋วกงทันที
ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงแปลกใจเล็กน้อย และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เวลานี้เป่าหนิงยังไม่ได้เข้าพิธีปักปิ่น ตอนนี้จะเร็วเกินไปหรือเปล่าเพคะ?”
เมื่อก่อนไทฮองไทเฮาเคยบอกว่า อย่างไรก็ต้องเก็บเจียงเซี่ยนไว้จนถึงอายุสิบหก
ไทฮองไทเฮาเอ่ยว่า “หมั้นไว้ก่อนก็ได้นี่นา! ถึงเวลานั้นจะได้ไม่ลนลานมาก จนหาใครสักคนให้นางลวกๆ”
ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงอยากเสนอหวังจ้าน ซื่อจื่อของตระกูลชินเอินป๋อมาก ทว่าเห็นท่าทางของไทฮองไทเฮา ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ได้คิดจับคู่เด็กทั้งสองคน นางจึงเก็บความคิดนี้ไว้ก้นบึ้งของหัวใจ พอออกมาจากห้องอุ่นตะวันออกของวังฉือหนิง ก็รั้งเมิ่งฟางหลิงที่มาส่งนางไว้ และเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านว่า ข้าเสนอซื่อจื่อของตระกูลชินเอินป๋อกับไทฮองไทเฮาดีหรือไม่?”
เมิ่งฟางหลิงมองนางในที่ตามหลังพวกนางอยู่ห่างๆ นางกดเสียงให้เบาลงและ