เฮา “ฝ่าบาทจะรับเสด็จแม่ของฝ่าบาทกลับมาฉลองปีใหม่ที่วังหรือไม่?”
ไม่ได้กอดจ้าวอี้และรักมากดุจ ‘แก้วตาดวงใจ’ เหมือนเช่นเคย
จ้าวอี้รู้สึกว้าวุ่นใจ ทว่าเรื่องที่ไทฮองไทเฮาถามก็สำคัญมาก เขาจึงหยุดความคิดนั้นไว้ชั่วขณะ ในสมองมีแต่เรื่องจะตอบไทฮองไทเฮาอย่างไร “เสด็จย่าคิดว่าควรรับเสด็จแม่กลับมาที่วังหรือ? แต่หลายวันนี้หิมะตกต่อเนื่องตลอด และสองปีนี้พระวรกายของเสด็จแม่ก็ทรุดลงทุกปี ข้ากลัวว่าเสด็จแม่จะป่วยจริงๆ…”
นั่นก็หมายความว่า จริงๆ แล้วจ้าวอี้ไม่อยากให้เฉาไทเฮากลับวัง
เจียงเซี่ยนคิดดูแล้วก็เข้าใจ
จ้าวอี้ถูกเฉาไทเฮากดหัวมาตลอดหลายปีนี้ กว่าจะมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากก็ไม่ง่ายเลย แล้วจะให้ภูเขาลูกใหญ่อย่างเฉาไทเฮากลับมาทับอยู่บนศีรษะตนเองได้อย่างไร? เรื่องบางเรื่องเขาอาจจะยอมก้มหัวให้ต่อหน้าเฉาไทเฮา แต่หากเกี่ยวพันถึงศักดิ์ศรี อย่างไรเขาก็จะไม่ยอมก้มหัวให้อย่างเด็ดขาด
ไม่รู้ว่าไทฮองไทเฮาก็เข้าใจแล้วเหมือนกันหรือว่าไม่อยากให้เฉาไทเฮากลับวังจริงๆ นางได้ยินแล้วก็ไม่ถามอะไรอีก และเอ่ยเพียงว่า “ฝ่าบาทโตแล้ว แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้ฝ่าบาทก็ต้องเป็นคนตัดสินพระทัย” แล้วก็เปลี่ยนเรื่องไปถามว่าไป๋ซู่แต่งงาน ฮ่องเต้จะหยิบของจากท้องพระคลังสักสองสามชิ้นให้ไป๋ซู่เป็นของขวัญแต่งงานได้หรือไม่ “จะได้คู่กับต้นปะการังที่หม่อมฉันจะมอบให้นาง คนนอกข้างนอกเห็นแล้ว มีแต่จะคิดว่าฝ่าบาทกตัญญู ไม่เพียงพระราชทานงานสมรสใ