ขันทีหลิวก็พาขันทีซุนเข้าไป เพียงไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา ในห้องอุ่นก็เกิดความวุ่นวายขึ้น ไทฮองไท่เฟยเดินหน้าซีดออกมาเอง และให้คนไปเชิญหมอหลวงเถียนมาจากสำนักหมอหลวง แถมยังให้นางในมาเรียกท่านไป…”
เจียงเซี่ยนขมวดคิ้วแน่น เห็นสายรัดเอวผูกแล้วก็ปิดเสื้ออย่างลวกๆ และเดินออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว เดินไปก็ถามฉิงเค่อไป “ตอนนี้ใครรับใช้อยู่ข้างพระวรกายไทฮองไทเฮา?”
ฉิงเค่อเดินตามหลังเจียงเซี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และเอ่ยว่า “ไทฮองไท่เฟยกับแม่นมเมิ่งอยู่กันทั้งคู่ แล้วก็ให้คนไปเชิญท่านหญิงชิงฮุ่ยแล้วเจ้าค่ะ”
เจียงเซี่ยนพยักหน้า สมองส่งเสียงวิ้งๆ นางพยายามระลึกถึงเรื่องราวในชาติก่อนอยู่ก็เจอไป๋ซู่ที่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย สีหน้าเคร่งขรึม และรีบมาเช่นกันตรงหัวโค้ง
ทั้งสองคนไม่มีอารมณ์ทักทายกันแล้ว พวกนางพยักหน้า และวิ่งเหยาะๆ ไปห้องอุ่นตะวันออกด้วยกัน
ไทฮองไทเฮาได้สติแล้ว พวกหลิวเสี่ยวหม่านกับซุนเต๋อกงต่างล้อมอยู่ข้างกายไทฮองไทเฮา ไทฮองไทเฮานอนตะแคงอยู่ในอ้อมแขนของไทฮองไท่เฟย โดยเมิ่งฟางหลิงคอยป้อนชาร้อน
พอเห็นเจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ก็เอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “พวกเจ้าก็จริงๆ เลย หลานยังเล็ก หากทำให้พวกนางตกใจจะทำอย่างไร?” แล้วรีบเอ่ยกับเจียงเซี่ยนและไป๋ซู่ว่า “ข้าไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร แค่หายใจไม่ทันเท่านั้น หายดีแล้ว…”
แค่เรื่องหายใจ!
เจียงเซี่ยนรับถ้วยเล็กมาจากเมิ่งฟางหลิง อยากป้อนน้ำให้ไทฮองไทเฮา
แต่นางไม่เคยทำงาน