านยายไม่วางใจอาหารข้างนอกวัง
หมอหลวงเถียนยิ้มพลางขานว่า “พ่ะย่ะค่ะ” และไม่เพียงแต่ตรวจชีพจรให้เจียงเซี่ยน ทว่ายังตรวจชีพจรให้ไป๋ซู่กับไทฮองไท่เฟยด้วย
เจียงเซี่ยนยังคงเป็นโรคเดิม เลือดลมไม่พอ ไป๋ซู่นั้นแค่สั่งยากำจัดความร้อนและลดไฟในร่างกายให้เล็กน้อย ส่วนไทฮองไทเฮาเป็นใบสั่งยาบำรุงเลือดลม
ทุกคนต่างโล่งใจมาก
หลิวเสี่ยวหม่านส่งหมอหลวงเถียนออกไปข้างนอกอย่างขยันขันแข็ง
ซุนเต๋อกงถึงเดินออกมาจากในมุมกำแพง และยิ้มประจบไทฮองไทเฮาอย่างอ่อนน้อม พลางเอ่ยว่า “ไทฮองไทเฮา เช่นนั้นกระหม่อมกลับไปวังเฉียนชิงก่อน…”
ไทฮองไทเฮาตอบแค่ “อืม” อย่างเย็นชา โดยไม่ชายตามองเขาแม้แต่นิดเดียว
ซุนเต๋อกงวิ่งอย่างเร็วเหมือนกระต่าย
เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างแปลกใจว่า “เขาเป็นอะไรไปหรือ?”
ไทฮองไท่เฟยมองไทฮองไทเฮาครั้งหนึ่ง และไม่เอ่ยสิ่งใด
แต่ไทฮองไทเฮากลับครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ และเรียกเจียงเซี่ยนมาตรงหน้า พลางเอ่ยเสียงเบาว่า “ซุนเต๋อกงมาธุระแทนฝ่าบาทน่ะสิ! บอกว่าก่อนหน้านี้ฝ่าบาทกลัวคนสกุลเฉาต่อว่า หลับนอนกับซ่งเสียนอี๋แล้วก็ไม่กล้าให้ฝ่ายขันทีและนางในเขียนลงใน ‘บันทึกพระราชดำรัสและพระจริยวัตรของฮ่องเต้ในวัง’ เวลานี้ซ่งเสียนอี๋เข้าเวรอยู่ที่ตำหนักของคนสกุลเฉา ตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือนกว่าแล้ว ถูกคนสกุลเฉาจับได้ จึงให้ข้ามอบตราประทับของฮองเฮาให้คนของฝ่ายขันทีและนางใน ฝ่ายขันทีและนางในจะได้เติมลงไปใน ‘บันทึกพระราชดำรัสและพระจริ