ทว่าจ้าวอี้กลับเหมือนได้ความคิดดีแล้ว จึงเรียกซุนเต๋อกงเข้ามาเสียงดัง และให้เขาไปถามที่อยู่ของคนสกุลฟางที่ภูเขาวั่นโซ่ว ส่วนจ้าวอี้เองก็รีบหันตัวจะกลับวังเฉียนชิง
เจียงเซี่ยนยิ้มเยาะ พลางเอ่ยว่า “คนอื่นบอกว่าบ่าวสาวเข้าหอแล้ว โยนแม่สื่อข้ามกำแพง[1] นี่ฝ่าบาทยังไม่ได้เป็นเจ้าบ่าวก็ทิ้งแม่สื่ออย่างหม่อมฉันไว้ข้างๆ แล้ว…ของที่ฝ่าบาทรับปากหม่อมฉันล่ะเพคะ?”
“โอ้!” จ้าวอี้ตบหน้าผาก ท่าทางลืมแล้ว และรีบสั่งให้เสี่ยวโต้วจึพาฉิงเค่อไปเลือกของที่ท้องพระคลังของเขา เขาต้องรีบรับกลับไปอนุมัติฎีกาที่วังเฉียนชิง
เจียงเซี่ยนยังรั้งเขาไว้งั้นหรือ!
นางทำตามความทรงจำในอดีต จดรายการของที่อยากเอาไปมอบให้ฉิงเค่อ และให้ฉิงเค่อตามเสี่ยวโต้วจึไปหยิบของในท้องพระคลัง
แม้เสี่ยวโต้วจึจะรู้สึกแปลกเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าบางทีของพวกนี้อาจจะเป็นของที่เมื่อก่อนเจียงเซี่ยนเคยเห็นที่ตำหนักของเฉาไทเฮาและหมายตาไว้ จึงกดความแปลกใจอันเจือจางนั้นลงไปยังก้นบึ้งของหัวใจ และนำฉิงเค่อไปยังท้องพระคลัง
—
ถึงตอนกลางคืน ตำหนักของเจียงเซี่ยนก็คึกคักขึ้นมา