ไทฮองไทเฮาถูกพวกไทฮองไท่เฟยพยุงไปดูดอกบัวและรากบัวสีขาวนวลชิ้นนั้นหน้าโต๊ะ แต่ไป๋ซู่กลับบีบมือนางเบาๆ และเอ่ยอย่างกังวลว่า “เป่าหนิง เจ้ามีเรื่องอะไรในใจหรือเปล่า?”
ในภาพจำของนาง เจียงเซี่ยนไม่ค่อยสนใจของนอกกายนัก เครื่องประดับเงินทองก็ดี หรือข้าวของเครื่องใช้ก็ตาม หากคนที่รับใช้ข้างกายชอบก็จะให้เป็นรางวัลไปเสียหมด
ทว่าครั้งนี้นางกลับขอของมาจากจ้าวอี้เยอะขนาดนี้ ถึงแม้บางชิ้นจะมีค่ามาก บางชิ้นจะธรรมดามาก…
เจียงเซี่ยนเพียงแค่ไม่ชอบทิ้งของของตนเองไว้ในวังให้คนทำลายเท่านั้นเอง
แต่ความรู้สึกแบบนี้คนอื่นจะรู้ได้อย่างไร?
นางเม้มปากยิ้ม และเอ่ยว่า “เห็นว่าดีก็เลยเอามาใช้น่ะสิ! ข้าก็ไม่ได้เอาต้นปะการังกับโคมไฟปี้สี่ในท้องพระคลังของฝ่าบาทมาเสียหน่อย”
ไป๋ซู่ได้ยินก็ยิ้มตลอด และเอ่ยว่า “เจ้าน่ะ ชักจะเอาใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ ท้องพระคลังของฝ่าบาทก็กล้าย้ายของ ตอนนี้ฝ่าบาทไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
เจียงเซี่ยนแค่ยิ้มโดยไม่พูดอะไร และให้คนเก็บของทั้งหมดให้เรียบร้อย เหลือแค่ ‘ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร’ ไว้คัดคัมภีร์เป็นครั้งคราว
เพียงชั่วพริบตาก็ถึงวันที่ห้าแล้ว ว่ากันว่าซุนเต๋อกงกลับมามือเปล่า เฉาไทเฮาไม่ยอมรับว่าคนสกุลฟางอยู่ที่ภูเขาวั่นโซ่วอย่างเด็ดขาด จ้าวอี้ตัดสินใจฉลองเทศกาลล่าปา[4]กับเฉาไทเฮาที่ภูเขาวั่นโซ่ว