ซั่วฮ่วนเผยฝีมืออันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ หาใช่เพียงเพื่อจับซุ่ยอิ๋งเป็นๆ แต่ยังเหมือนแสดงแสนยานุภาพใส่นางอีกด้วย
ยอดคนต่างฟ้าผู้นี้…วิชาเวทของเขาเกินจะหยั่งถึง!
ครั้นคิดได้ถึงตรงนี้ นางก็ยิ่งเคียดแค้นจงกวงนัก
‘หากวันนั้นมันเชื่อฟังข้า ไม่ฝืนไปขออะไรจากเจินจวิน ให้วางรากฐานขั้นปลายคนหนึ่งนั่งเฝ้า ข้าจะต้องปล่อยให้ซั่วฮ่วนยโสโอหังได้เยี่ยงนี้หรือ!’
แม้ใจคิดเช่นนั้น แต่สีหน้ากลับไม่เผยพิรุธสักนิด ตรงกันข้ามยังระบายยิ้มกล่าว
“เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านซั่วฮ่วนมาก เรื่องปราณที่ต้องใช้ ข้าได้จัดเตรียมไว้แล้ว ไม่นานท่านก็จะพบตัวเขาที่ต่างโลก”
ซั่วฮ่วนฟังแล้วหัวเราะเบาๆ “โอ้ ครานี้เป็นใครเล่า?”
“จงหมิง”
น้ำเสียงของเมี่ยวอินเจินเหรินราบเรียบ เดิมทีนางเลี้ยงจงหมิงไว้เพื่อเลียนแบบวิถีของจ้าวยอดเขาปะสานฟ้า ทว่าเมื่อจงกวงตายแล้ว จงหมิงก็ไร้ความสามารถโดยสิ้นเชิง ไม่อาจช่วยนางฝ่าฟันมหาภัยได้เลย
จำต้องหาทางอื่น เลยจับเอามาใช้ให้คุ้มเป็นของตอบแทน
แม้แต่ซั่วฮ่วนก็อดส่ายหน้ามิได้
“นิกายอสูรภาคเหนือ ไม่เสียชื่อแม้แต่น้อย…บุตรแห่งเซียนโดยกำเนิดเช่นนี้ นับว่ารากฐานไม่ธรรมดา หากฆ่าแล้วนำมาหลอม ย่อมได้ปราณชั้นกลางอย่างแน่นอน”
“ก็ตกลงตามนี้แล้วกัน”
เมี่ยวอินเจินเหรินไม่ใส่ใจนัก กล่าวต่อเปลี่ยนหัวข้อ “สำหรับหยวนถู…เร็วๆ นี้ ข้าจะร่วมเดินทางกับเขาไปยังโลกทับซ้อนแห่งหนึ่งชื่อ ‘หมื่นยุทธ’”
“รอให้เข้าไปแล้ว ข้าจะหา