ีไม่กี่ตระกูลที่สะอาดหมดจด ก็สมควรให้เจียงเซี่ยนเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าเช่นกัน
ดังนั้นนางจึงไม่คัดค้านอีก
เจียงเจิ้นหยวนปฏิบัติเหมือนกับเป็นสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว เขาสบตาเจียงเซี่ยนครั้งหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยถึงเรื่องราวที่พบเจอในช่วงหลายวันนี้ “ข้ายังคงบัญชาการกองบัญชาการห้าทัพด้วยตนเองเหมือนเดิม เจียงลวี่ย้ายกลับมาจากต้าถง และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการในเมืองของกองบัญชาการปัญจทิศรักษานคร หวังจ้านดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยซ้ายของหน่วยองครักษ์ ฝ่าบาทยึดกองกำลังรักษาพระนครกับหน่วยหน้าไปให้ไทเฮาใช้งาน และแต่งตั้งเฉาเซวียนเฉิงเอินกงเป็นผู้บัญชาการ หลี่เชียนอดีตองครักษ์วังคุนหนิงเป็นรองผู้บัญชาการ ส่วนหลี่เหยาดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมกลาโหม”
ไทฮองไทเฮาฟังอยู่ก็ขมวดคิ้วตลอด
หน่วยองครักษ์เป็นทหารที่ติดตามอยู่ข้างกายฮ่องเต้และเฝ้าพระราชวังต้องห้าม ทว่ากองบัญชาการปัญจทิศรักษานครกลับเฝ้าเมืองหลวงและปริมณฑล แน่นอนว่าหน่วยองครักษ์ได้รับความไว้วางใจมากกว่า ฮ่องเต้ให้หวังจ้านเข้าหน่วยองครักษ์ และกลับให้เจียงลวี่ไปกองบัญชาการปัญจทิศรักษานคร…แม้ว่าฮ่องเต้ไม่กี่รุ่นที่ผ่านมาต่างหวาดกลัวคนของตระกูลเจียงมาก แต่บัลลังก์ของจ้าวอี้ยังไม่มั่นคง บรรยากาศแห่งความดีความชอบจากการติดตามฮ่องเต้ของตระกูลเจียงยังสลายไปไม่หมด เขาก็เริ่มลำเอียงแล้ว และยิ่งกว่านั้นเขายังมอบกองกำลังรักษาพระนครให้เฉาไทเฮา…เด็กคนนี้หุนห