“พวกเราพี่น้องกัน จะมากพิธีขนาดนั้นไปทำไมกัน?” เจียงเซี่ยนเจอหานถงซินแล้วก็คิดว่าถึงเวลานั้นพวกนางยังต้องใช้ตนเองยกให้พวกนางสูงขึ้นอีก ก็ไม่อยากให้นางพูดต่อไป จึงยิ้มพลางเอ่ยว่า “ข้าทำแบบนี้เพราะเห็นว่าเจ้าเป็นคนกันเอง เจ้าว่าถูกหรือไม่? คุณหนูใหญ่ไช่ พี่น้องบ้านไหนเจอกันยังต้องสวมชุดพิธีการและเครื่องประดับเต็มยศตามระดับตำแหน่งบ้าง”
คุณหนูใหญ่ไช่หัวเราะและเอ่ยว่า “ข้าชื่อหรูอี้ ท่านหญิงเรียกข้าว่าหรูอี้ก็พอ”
เดิมทีหานถงซินยังอยากต่อสู้ไปมากับเจียงเซี่ยนสักสามร้อยครั้ง พอเห็นว่าคุณหนูใหญ่ไช่เพื่อนสนิทของตนเองไม่คิดที่จะสู้แม้แต่นิดเดียว แถมยังเป็นฝ่ายผูกมิตรกับเจียงเซี่ยนเอง นางจึงทำได้เพียงหยุดสู้ชั่วคราว
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าคุณหนูใหญ่ไช่เป็นคนน่าสนใจคนหนึ่ง จึงยิ้มและเอ่ยว่า “ข้าชื่อเล่นว่าเป่าหนิง เจ้าเรียกข้าว่าเป่าหนิงก็พอ” แล้วก็แนะนำไป๋ซู่ “นี่พี่จ่างจู”
ไป๋ซู่ยิ้มพลางคารวะคุณหนูใหญ่ไช่และหานถงซิน และเอ่ยว่า “ข้าเกิดเดือนเดียวกันปีเดียวกันกับเป่าหนิง ควรจะเรียกทั้งสองท่านว่าพี่ใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว” คุณหนูใหญ่ไช่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้ากับถงซินต่างปักปิ่นแล้ว…”
ทั้งสองคนเริ่มทักทายกัน และคุยตั้งแต่หลายวันนี้อากาศเป็นอย่างไรจนถึงช่วงนี้ในเมืองหลวงนิยมกระโปรงแบบไหนบ้าง