“นี่ก็เป็นเรื่องที่เฉาไทเฮาต้องกังวลแล้ว” เจียงเซี่ยนเห็นหลี่เชียนเข้าใจทันที ความโกรธก็ลดลงไปเกินครึ่งเช่นกัน ถึงแม้น้ำเสียงจะยังคงแข็งกระด้างเช่นเดิม ทว่านัยน์ตาอ่อนแสงลงกว่าเมื่อครู่ที่เหมือนจะพ่นไฟออกมาจากดวงตา “เจ้าแค่ทำงานตามคำสั่งของเฉาไทเฮาก็พอแล้ว” พอนึกถึงความบ้าดีเดือดของเขา ก็อดที่จะกำชับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้ “ต่อไปเจ้าช่วยหาเรื่องมาให้ข้าน้อยๆ หน่อยได้หรือไม่ เจ้าลองคิดเรื่องวันนี้ดู หากพวกเราไม่ได้บังเอิญเจอกัน แล้วเจ้ากำจัดคนสกุลฟางไปโดยไม่บอกกล่าว ข้าจะไม่เสียแรงเปล่างั้นหรือ? นี่เจ้าไม่ได้ช่วยข้า แต่เจ้ากำลังหาเรื่องให้ข้า และขัดแข้งขัดขาข้าต่างหาก!”
อันที่จริงไม่ได้บังเอิญเจอกันรู้หรือไม่?
ความคิดของหลี่เชียนจดจ่ออยู่กับคำพูดนี้ของเจียงเซี่ยนอย่างน่าประหลาด และเถียงว่า “ข้าตั้งใจมาหา…”
ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญ เรื่องนี้ก็เกือบจะไปในทิศทางตรงข้าม และหลุดพ้นจากการควบคุมของนางแล้ว
นี่ทำให้เจียงเซี่ยนไม่พอใจมาก และรู้สึกไม่ปลอดภัย
นางโบกมือให้หลี่เชียนอย่างรังเกียจ และเอ่ยว่า “เจ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้วทั้งนั้น เจ้าแค่บอกข้าว่า ต่อไปมีเรื่องอะไรที่เกี่ยวพันถึงข้าอีก บอกข้าสักหน่อยแล้วค่อยลงมือได้หรือไม่ก็พอแล้ว!”