“ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ทำอะไร!” หลี่เชียนเผลอตอบไปอย่างลืมตัว รู้สึกประหม่าอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน “ก็แค่มาดูท่านหน่อย กลัวว่าท่านไม่รู้อะไรเลยแล้วจะกังวล…”
ความโกรธหายไปจากใบหน้าของเจียงเซี่ยน
เขารู้ใจนาง
ชาติก่อนหลังจากนางรู้เรื่องของจ้าวอี้กับคนสกุลฟางก็กังวลมากมาโดยตลอด รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของจ้าวอี้กับคนสกุลฟางเพียงฝ่ายเดียว ตนเองปกป้องกระทั่งชะตาชีวิตของตนเองไว้ไม่ได้ก็เป็นคนไร้ความสามารถเช่นกัน นางจึงติดนิสัยที่ต้องควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในกำมือ ไม่งั้นก็ไม่สบายใจ
นางคิดว่าด้วยนิสัยของท่านลุงกับเจียงลวี่ต่างไม่น่าจะเล่าให้นางฟังอย่างละเอียดว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นที่ตำหนักเต๋อฮุยกันแน่ นางจึงตัดสินใจค่อยหาเวลาพบหลี่เชียน “ทางข้าไม่เป็นไร เจ้ามีธุระก็ไปทำธุระของเจ้าก่อนเถอะ ไว้เจ้าว่างแล้ว พวกเราค่อยพบกัน แล้วเจ้าเล่าให้ข้าฟังหน่อยว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นที่ตำหนักเต๋อฮุยกันแน่”
หลี่เชียนตอบ “อืม” เห็นว่าสายแล้วจริงๆ กลัวว่าจ้าวอี้จะไหวตัวทันและส่งคนไปรับคนสกุลฟางไปก่อน และหากเขาไม่อาจให้คำอธิบายกับเจียงเซี่ยนได้ ก็จะทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะ แม้จะอยากคุยกับเจียงเซี่ยนต่อ ทว่าก็ยังคงบอกลาเจียงเซี่ยนอย่างจริงจัง “ช่วงนี้ข้าคงต้องยุ่งมากไปสักระยะ และเกรงว่าช่วงนี้เฉาไทเฮาอาจจะระแวงเป็นพิเศษ ข้ามีโอกาสแล้วจะมาหาท่าน”
บอกเจียงเซี่ยนทางอ้อมว่าอย่าส่งคนไปหาเขา