เจียงเซี่ยนได้ยินซุนเต๋อกงหัวเราะเยาะครั้งหนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงแหลมว่า “โธ่ ท่านหญิงของข้า ท่านหญิงเจียหนานร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เด็ก นี่เป็นสิ่งที่รู้กันทั้งในและนอกวัง ช่วงที่ไทเฮาสำเร็จราชการแทน มื้ออาหารวันสิ้นปีของทุกปีที่คนอื่นต้องอยู่เป็นเพื่อนจนถึงที่สุด ไทเฮายังทรงอนุญาตให้ท่านหญิงเจียหนานสามารถออกจากงานเลี้ยงกลางคันได้ ถึงแม้เวลานี้ไทเฮาจะไม่ว่าราชการหลังม่านแล้ว แต่ก็ทรงเป็นฮองไทเฮาอยู่ดี เรื่องที่ไทเฮาทรงอนุญาตแล้ว ข้ายังกล้าข้ามหน้าข้ามตาไทเฮางั้นหรือ? ท่านหญิงเจียหนานอยู่ที่ไหน ข้าจะรู้ได้อย่างไร? หากท่านหญิงยืนกรานที่จะหา งั้นก็ตั้งใจหาให้ดี หากหาไม่เจอจะได้ไม่บอกว่าข้าขัดขวางท่าน” เขาเอ่ยจบก็ตะโกนเรียกชื่อขันทีคนหนึ่งเสียงดัง “ไป บอกท่านหญิงตงหยางกับฮูหยินจิ้นอันโหว ว่าท่านหญิงกับคุณหนูใหญ่ไช่ไปหาท่านหญิงเจียหนานแล้ว พวกบ่าวรับใช้ขวางไว้ไม่ได้ อีกเดี๋ยวตอนเริ่มงานเลี้ยงยังต้องเก็บที่ไว้ให้ท่านหญิงกับคุณหนูใหญ่ไช่หรือไม่?”
ขันทีขานรับเสียงดัง
หานถงซินโกรธจนกระทืบเท้าตลอด
มีคนหัวเราะอยู่หลังหน้าต่าง และเอ่ยว่า “ข้าว่าคนในวังของพวกท่านชอบพูดจาเยาะเย้ยคนอื่นแบบที่ภายนอกด่าคนนี้ ความจริงด่าคนนั้น ยิ่งเป็นหัวหน้าขันที ยิ่งปากร้าย”
เสียงนั้นสดใสและมีความสุขเหมือนน้ำแร่ที่ไหลลงมาจากภูเขา