เฉาไทเฮาเอ่ยทันทีว่า “ที่เจ้าคิดก็ถูก” นางพูดอยู่ก็ตะโกนเรียกฮูหยินอันเฉิงเข้ามา และสั่งให้ฮูหยินอันเฉิงนำตราประทับส่วนตัวของนางมา พลางเอ่ยกับหลี่เชียนว่า “เจ้าเอาไปเป็นหลักฐานยืนยัน คิดหาทางแจ้งเฉาเซวียน ให้เขาไม่ต้องเป็นห่วงข้า แล้วก็ไม่ต้องไปยุ่งกับฝ่าบาทมากนักเช่นกัน รีบคิดหาทางเลือกองครักษ์ที่จะเฝ้าภูเขาวั่นโซ่ว” แล้วก็เอ่ยอีกว่า “หากเจ้ามีคนที่ไว้ใจ เวลานี้ก็ต้องแนะนำให้เฉิงเอินกงอย่างเร็วที่สุดเช่นกัน ใช่ว่าข้าช่วงชิงโอกาสที่จะอยู่ภูเขาวั่นโซ่วมาได้แล้ว แต่สุดท้ายกลับสั่งการองครักษ์เหล่านั้นไม่ได้ งั้นที่ช่วงชิงโอกาสที่จะอยู่ภูเขาวั่นโซ่วมาจากฝ่าบาทได้จะมีความหมายอะไร?”
หลี่เชียนประสานมือคารวะพลางขานว่า “พ่ะย่ะค่ะ” แล้วเอ่ยว่า “กระหม่อมเข้าใจ กระหม่อมอายุยังน้อย ประสบการณ์ชีวิตน้อย ต่อไปจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ”
เฉาไทเฮาพยักหน้าอย่างสบายใจ นางมอบตราประทับส่วนตัวที่ฮูหยินอันเฉิงนำมาให้หลี่เชียน แล้วให้ฮูหยินอันเฉิงส่งหลี่เชียนออกไปข้างนอก ส่วนตัวนางเองก็นวดขมับพลางคิดถึงคำพูดของหลี่เชียน
ต้องคิดดูว่าหลังจากนี้ควรจะทำอย่างไรแล้ว
แค่อยู่ที่ภูเขาวั่นโซ่ว ต่อให้จ้าวอี้ไม่ฆ่านาง นานวันเข้า หากนางไม่กลายเป็นสตรีในวังที่ปล่อยให้จ้าวอี้บงการตามใจชอบ ก็จะถูกจ้าวอี้ที่กลัวนางกลับมาเรืองอำนาจอีกครั้งฆ่า
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาภายใต้อำนาจของฮ่องเต้ไม่เคยมีคำว่าสามีภรรยา บิดามารดา