ปีที่สองที่นางนั่งที่ตำหนักจินหลวน ซึ่งเป็นปีติงไฮ่ เจียงหนานฝนตกหนักติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง น้ำท่วมสามเมืองหกอำเภอเจ็ดสิบเก้าตำบล ทั้งเจียงหนานใกล้จะกลายเป็นหนองน้ำแล้ว ก็มีผู้ตรวจการกล่าวโทษเฉาไทเฮา ว่าผู้หญิงอย่างนางช่วงชิงอำนาจและฐานะทำให้สังคมวุ่นวาย ทำให้สวรรค์พิโรธ ขอให้เฉาไทเฮาถอยกลับไปอยู่วังฉือหนิง และให้ขุนนางใหญ่ที่ช่วยบริหารราชการแผ่นดินที่ฮ่องเต้องค์ก่อนเลือกไว้ร่วมกันสำเร็จราชการแทน ขุนนางใหญ่ที่ยังหนุ่มมากมายในราชสำนักต่างก็ยื่นฎีกาตาม
เฉาไทเฮาไม่เพียงแต่ไม่กลัวการอธิบาย กลับส่งเฉากั๋วจู้ที่ตอนนั้นยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองบัญชาการปัญจทิศรักษานครออกไปจับพวกขุนนางใหญ่ที่ยื่นฎีกาทั้งหมดมาและสังหารทันทีโดยไม่ผ่านการพิจารณาและตัดสินคดี
ชั่วพริบตากลิ่นคาวเลือดปลิวไปตามสายลมในเมืองหลวง เลือดสาดกระเซ็นเหมือนสายฝน ผู้คนพากันหวาดกลัวจึงไม่กล้าพูด
นี่ก็คือการเปลี่ยนแปลงในปีติงไฮ่
หลังจากนั้นเฉาไทเฮาก็เริ่มให้ความสำคัญกับกรมกลาโหมขึ้นมา
ก็ถือว่าเฉาไทเฮาโชคไม่ดีด้วยกระมัง ใต้หล้าสงบสุขมาร้อยกว่าปี ยากที่จะหาเหล่าคนที่สามารถนำทหารทำสงครามได้จริงๆ เฉาไทเฮาประคับประคองอู๋เยี่ยนเต้าขึ้นมาอย่างยากลำบาก ปรากฏว่าอู๋เยี่ยนเต้าเป็นแค่คนดีแต่พูด ไม่เพียงทำให้เฉาไทเฮาผิดหวัง ยังทำให้ลุงของนางฉวยโอกาสควบคุมค่ายทหารภูเขาตะวันตก…