เจียงเซี่ยนมองสตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในราชสำนักสองสามคนนี้ แล้วก็อดที่จะถอนหายใจในใจไม่ได้
คนไม่รู้ความแค่ไหนมานั่งอยู่ในตำแหน่งแบบนี้แล้ว หากอยากมีชีวิตอยู่ก็ต้องฝึกฝนความสามารถในการคาดเดาความคิดของคนอื่น ไม่งั้นถูกริบทรัพย์แล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น!
แม้พวกนางจะเดาผิด แต่กลับคิดมาถูกทางแล้ว
เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่อุโบสถจริงๆ
นางจะหาโอกาสไปดูสักหน่อยดีหรือไม่?
เจียงเซี่ยนกำลังครุ่นคิดอยู่ตรงนี้ ซุนเต๋อกงหัวหน้าขันทีฝ่ายประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้ก็ปรากฏตัวหน้าประตูตำหนักไผอวิ๋นอย่างรีบร้อน
นางรู้สึกกระวนกระวายใจ
ซุนเต๋อกงเป็นคนของจ้าวอี้
หลังจากจ้าวอี้ว่าราชการด้วยตนเอง เขาเป็นหัวหน้าขันทีฝ่ายตรวจการ
สีหน้าเขาว้าวุ่นใจมาก หรือว่าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นงั้นหรือ?
เจียงเซี่ยนก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง ซุนเต๋อกงยืนอยู่หน้าธรณีประตูของตำหนักไผอวิ๋นแล้ว และเอ่ยเสียงแหลมว่า “ข้ารับคำสั่งมาจากฝ่าบาท เชิญฮูหยินทุกท่านไปอวยพรวันเกิดไทเฮาที่ตำหนักอี๋อวิ๋นขอรับ!”
“อะไรนะ?”
ตำหนักไผอวิ๋นเกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที
ท่านหญิงตงหยางกับท่านหญิงอู่หยางอดทนไม่ไหวอีกแล้ว จึงเดินเข้าไปเรียกซุนเต๋อกงไว้อย่างรวดเร็ว “ขันทีซุน เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนไปอวยพรวันเกิดไทเฮาที่ตำหนักอี๋อวิ๋น?”
ตำหนักไผอวิ๋นเงียบมากจนเข็มหล่นก็ได้ยิน ทุกคนต่างรอให้ซุนเต๋อกงอธิบาย